ไม่เก่า แต่ เก๋าอยู่ “บึงกาฬ” แดนพญานาค ถิ่นภูเขาหิน

การสร้างแผนการเดินทางสักที่หนึ่ง แต่ละคนมีความแตกต่างกัน ส่วนหนึ่งเดินทางตามกระแสสังคม แต่อีกส่วนหนึ่งเลือกเดินทางตามอุดมคติที่ตนเองชอบ ซึ่งเราเป็นหนึ่งในนั้นโดยคีย์ของแผนท่องเที่ยวที่วางไว้คือ ที่ที่มันสุดยอดสำหรับเรา จริง ๆ มันก็ทั้ง 77 จังหวัดนั้นแหล่ะ เพียงแต่วัดกันที่ความเหมาะสมของวันเวลาและอารมณ์ในการเลือกสถานที่ที่จะไปเท่านั้น เราเชื่อว่าสิ่งมหัศจรรย์ในบ้านเกิดเราเองยังมีอีกเยอะ ชั่วชีวิตนี้อาจเที่ยวไม่ครบก็เป็นได้

ในครั้งนี้การเดินทางของเราจะนำทุกคนไปยัง จังหวัดที่แยกตัวเป็นจังหวัดที่ 77 ของประเทศไทยในปี 2554, จังหวัดที่อยู่บนสุดของภาคอีสานระยะทางวัดจากกรุงเทพมหานครประมาณ 765 กิโลเมตร, จังหวัดที่มีสะดือแม่น้ำโขง, จังหวัดที่ผู้คนศรัทธาในพญานาค, และจังหวัดที่มีสัตว์ทะเลอยู่บนบก ที่ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้อยู่ในจังหวัดเดียวกัน จังหวัดบึงกาฬ

บึงกาฬเป็นจังหวัดน้องใหม่ ที่มีฝีมือทางการท่องเที่ยวไม่น้อยหน้าจังหวัดอื่น ด้วยพื้นที่เอื้ออำนวย ความหลากหลายของแหล่งท่องเที่ยว และเป็นจุดสำคัญที่ใคร ๆ ก็อยากมา เพื่อให้สามารถบอกกล่าวแก่คนอื่นได้ว่า “เคยมาแล้ว” สำหรับที่แรก ภูทอก หรือ วัดเจติยาคิรีวิหาร สถานที่สำหรับคนชอบความสูง เพราะที่นี่แบ่งชั้นออกเป็น 7 ชั้น ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่ชั้น 5 มี “พุทธวิหาร” ซึ่งประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ มีลักษณะคล้ายคลึงกับพระธาตุอินทร์แขวนของประเทศเมียนมา และชั้นที่ 6 คุณจะต้องเดินบนเชิงไม้แคบ ๆ ที่ยื่นออกมากจากไหล่เขา เพื่อชมภาพมุมกว้างของพื้นที่บริเวณนั้นทั้งหมด

ต่อมาสถานที่ที่มีสัตว์ทะเลอยู่บนบก คุณคงงงกับวลีนี้ แต่มันมีอยู่จริง ผาหินสามวาฬ ภูสิงห์ ด้วยภูเขาหินสามลูก มีขนาด กลาง ใหญ่ เล็ก เรียงเป็นหน้ากระดาน มียอดเขาลักษณะเหมือนหัวปลาวาฬ และยิ่งมองในมุมสูงด้วยแล้วจะเห็นเป็นแม่วาฬกับลูก ๆ กำลังว่ายขนาบข้างกันในท้องทะเลอันกว้างใหญ่ นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยที่สุดของบึงกาฬอีกด้วย ในที่ที่สาม น้ำตกถ้ำพระ สถานที่แปลกตาอีกแห่งของจังหวัด ได้รับการยอมรับว่ามันเป็นสิ่งมหัศจรรย์แห่งหนึ่งเลยทีเดียว เพราะคุณจะต้องนั่งเรือรับจ้างเข้าไปกลางป่าอีกทอด คุณถึงจะเห็นน้ำตกในภูเขาหินทรายที่มีขนาดใหญ่ 3 ชั้น

ในส่วนของวลีที่ว่า จังหวัดที่มีสะดือแม่น้ำโขง คือ แก่งอาฮง ความหมายของมันคือบริเวณที่ลึกที่สุดของแม่น้ำ จากการศึกษาข้อมูลบริเวณนี้ลึกถึง 200 เมตร ทำให้น้ำไหลเร็วและเกิดเป็นแอ่งน้ำวนขนาดใหญ่ ใกล้กันนั้นมี วัดอาฮงศิลาวาส วัดคู่บ้านคู่เมืองและเกี่ยวของกับตำนานพญานาค จึงเป็นที่ศรัทธาของคนพื้นถิ่นและผู้ศรัทธาในพญานาคจวบจนปัจจุบัน สถานที่สุดท้ายที่เราอยากจะพาคุณไปสัมผัส คือ พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต จุดเด่นของที่นี่คือ รูปวาดข้างกำแพงบ้านคน คุณลองนึกภาพ ถนนสตรีทอาร์ทของทางภาคใต้ดูสิ ไม่ได้แตกต่างกันมากนักเพียงแต่ย้ายตำแหน่งวาด ซึ่งภาพทั้งหมดมีความเชื่อมโยงกับพญานาคและวัฒนธรรมของชุมชน นอกจากคุณจะได้ถ่ายรูป โพสท่าได้ตามอำเภอใจแล้ว บริเวณชุมชนแห่งนี้ยังมีกิจกรรมอื่นอีกมากที่ให้นักท่องเที่ยวได้มีส่วนร่วม อาทิ บายศรีสู่ขวัญ, การทำอาหาร, การสานกระบุงตะกร้า ฯลฯ

เมืองเล็ก ๆ ที่ไม่ธรรมดาของบึงกาฬ ทริปเที่ยววันเดียวก็สามารถทำให้คุณท่องเที่ยวที่หลัก ๆ ได้ครบ แถมซึมซับและเข้าใจในวิถีชีวิตของคนอีสานอีกด้วย การท่องเที่ยวที่นี่จัดเป็นการท่องเที่ยวแบบสโลว์ไลฟ์ใช้แรงน้อย สายเที่ยวชิลล์หรือต้องการเที่ยวรูปแบบ เน้นขับรถยนต์ ชมวิว ถ่ายรูป หาอาหารอร่อย สัมผัสชุมชน บึงกาฬที่นี่เหมาะสมกับทริปคุณที่สุดแล้ว

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Related Post

หลงเสน่ห์อัลปาก้า เที่ยวอัลปาก้า ฮิลล์ ฟาร์มอัลปาก้าแห่งเดียวในประเทศไทยหลงเสน่ห์อัลปาก้า เที่ยวอัลปาก้า ฮิลล์ ฟาร์มอัลปาก้าแห่งเดียวในประเทศไทย

 ใครที่มีโอกาสไปเยือนจังหวัดราชบุรีต่างก็อดคิดไม่ได้ว่า จังหวัดแห่งนี้ช่างอุดมไปด้วยฟาร์มเสียจริง ทั้งฟาร์มแกะ ฟาร์มเมลอน ฟาร์มต้นไม้ อะไรอีกสารพัดฟาร์ม และถ้าพูดถึงเรื่องของฟาร์ม ราชบุรีก็มีฟาร์มสัตว์ที่เรียกได้ว่าเป็นแห่งเดียวในประเทศไทยเลยก็ว่าได้ และสัตว์ชนิดนี้ก็น่ารักน่าชังยิ่งนัก ใช่แล้ว! เรากำลังพูดถึงตัวอัลปาก้านั่นเอง อัลปาก้า ฮิลล์ เป็นฟาร์มเพาะพันธุ์อัลปาก้าแห่งแรก แห่งเดียว และใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ตั้งอยู่ในเขตอำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี มีเนื้อที่กว่า 250 ไร่ ฟาร์มสไตล์มาชูปิกชู เปรูแห่งนี้จัดตั้งขึ้นมาในปี พ.ศ. 2555 โดยพันตรีหม่อมราชวงศ์    พีรานุพงศ์ ภาณุพันธุ์ เกิดจากการที่ท่านเดินทางไปพักร้อนที่ประเทศเปรูเมื่อช่วงประมาณ ปี

ดำน้ำ ชมโลกใต้บาดาล 4 สถานที่ที่ต้องไปให้ครบดำน้ำ ชมโลกใต้บาดาล 4 สถานที่ที่ต้องไปให้ครบ

โลกใต้น้ำเป็นอีกพื้นที่ที่น่าไปสัมผัส ได้แหวกว่ายอยู่ในน้ำอย่างอิสระ ชมสัตว์น้ำธรรมชาติและพืชพันธุ์ คงเป็นสิ่งที่หลายคนใฝ่ฝัน การดำน้ำใต้ท้องทะเลนั้นไม่ใช่เรื่องยาก จริง ๆ แล้วคนที่ว่ายน้ำไม่เป็นก็สามารถดำน้ำได้นะ ใครไม่เคยลองก็แนะนำว่าต้องมาลองสักครั้ง เพราะใต้ท้องทะเลสวยงามกว่าที่เห็นในทีวีจริง ๆ ลองมาดูกันว่าในไทยมีที่ไหนบ้างที่เหมาะกับการไปเปิดโลกใต้น้ำ เกาะหินซ้อน สตูล ด้วยเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครนั้นทำให้เกาะหินซ้อนมีความโดดเด่นจากการที่มีหินก้อนใหญ่วางซ้อนทับกันได้โดยไม่หล่นลงมาอยู่กลางแนวโขดหิน จึงได้ชื่อมาว่าเกาะหินซ้อนนั่นเอง เกาะแห่งนี้อยู่ในอุทยานแห่งชาติตะรุเตา ซึ่งบริเวณรอบ ๆ เกาะนี้จะเป็นจุดชมวิว ชมพระอาทิตย์ตกและยังเป็นพื้นที่สำหรับดำน้ำได้ด้วย ซึ่งใต้ทะเลอันดามันแห่งนี้นั้นเต็มไปด้วยปะการัง ดอกไม้ทะเล และปลาการ์ตูนมากมายสวยงามรอให้เราได้เข้าไปสัมผัสด้วยตาตัวเอง อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน หากตั้งใจอยากดำน้ำชมปะการังแบบจริงจังเลยล่ะก็ต้องมาหมู่เกาะสิมิลันเลย เพราะที่นี่มีปะการังที่ค่อนข้างหลากหลายชนิดมากกว่าที่อื่น และมีปะการังที่หมู่เกาะอื่นนั้นไม่มีด้วยนะ นอกจากนี้แล้วยังมีสิ่งมีชีวิตอีกหลายชนิดไม่ว่าจะเป็นดอกไม้ทะเล หอยมือเสือ

สิ่งที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวเชียงใหม่ เชียงใหม่ทำอะไรได้มากกว่าที่คิดสิ่งที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวเชียงใหม่ เชียงใหม่ทำอะไรได้มากกว่าที่คิด

ทำไมใคร ๆ ก็เที่ยวเชียงใหม่ เชียงใหม่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิต ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ สักครั้งหนึ่งต้องเดินทางมาเที่ยวเชียงใหม่ นักท่องเที่ยวติดใจอะไรเชียงใหม่ วันนี้เราจะพาไปรู้จักเชียงใหม่ให้มากขึ้น 8 สิ่งที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวเชียงใหม่ ไหว้พระธาตุ พระธาตุที่ขึ้นชื่อของเชียงใหม่ และถือเป็น Landmark คือพระธาตุดอยสุเทพ ใครที่เดินมาเชียงใหม่แล้วไม่มากราบไหว้สักการะบูชาพระธาตุดอยสุเทพ ถือว่ามาไม่ถึง นอกจากพระธาตุดอยสุเทพแล้ว ที่เชียงใหม่ยังมีพระธาตุอื่น ๆ เช่น พระธาตุดอยคำ ขึ้นดอย หลังจากไหว้พระธาตุดอยสุเทพเสร็จ ขอแนะนำแวะเที่ยวหมู่บ้านดอยปุย มีจุดชมวิว พร้อมใส่ชุดม้งถ่ายรูป กับดอกไม้นานาพันธุ์ ตบท้ายแวะชมความงามของตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ กางเต็นท์นอน