เที่ยวเหนือไปเมืองลำปาง สัมผัสชีวิตล้านนาแบบไทย ๆ

ไปแอ่วเหนือทีไร หลาย ๆ คนก็ชอบเที่ยวโดยผ่านเลยตัวเมืองรองอย่างลำปางไปจังหวัดอื่น ๆ กันเสียเป็นส่วนใหญ่ ทั้ง ๆ ที่ลำปางนี้ก็เป็นอีกเมืองหนึ่งที่น่าท่องเที่ยว มีประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตที่น่าสนใจและน่าค้นหาไม่แพ้ที่อื่นเลยล่ะ ไม่ว่าจะเป็นแหล่งธรรมชาติที่สวยงาม หรือสถาปัตยกรรมท้องถิ่นที่ยังคงอยู่จนถึงปัจจุบัน ถ้าไม่รู้จะไปเที่ยวไหนก็ลองแวะที่ลำปางสิ จะรู้ว่ามีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายเลยล่ะที่รอให้ได้ไปสัมผัสกัน

วัดปงสนุก

ไม่ว่าจะไปเที่ยวที่ไหน สิ่งที่ต้องแวะทุกครั้งในทุกจังหวัดก็ต้องเป็นวัดนั่นเอง โดยวัดปงสนุกที่ลำปางแห่งนี้ถือเป็นวัดเก่าแก่แต่โบราณเลยล่ะเพราะมีมานานถึง 500 กว่าปีเชียวนะ โดยวัดนี้ได้มีรูปแบบการผสมผสานไม่ว่าจะเป็นไทย จีน พม่า รวมกันออกมาเป็นสถาปัตยกรรมและศิลปวัฒนธรรมที่งดงามแบบหาได้ยากในไทย ซึ่งได้รับรางวัล UNESCO ในปี 2008 อีกด้วยนะ ที่นี่มีทั้งข้าวของโบราณที่ถูกจัดเก็บเอาไว้ทั้งพระพุทธรูปไม้ หีบธรรมโบราณ ธงช้างเผือก และอื่น ๆ อีกมากมาย ควรค่าแก่การไปเยี่ยมชมมาก ๆ

กาดกองต้า

ด้วยความที่เป็นภาคเหนือ กาดก็คืออีกความหมายหนึ่งของคำว่าตลาดนั่นเอง กาดกองต้านั้นถูกชาวบ้านเรียกอีกอย่างว่าตลาดจีนเพราะแต่ก่อนที่นี่เป็นพื้นที่เศรษฐกิจ และมีกลุ่มคนเข้ามาค้าขายจนเกิดเป็นชุมชนชาวจีนนั่นเอง ซึ่งที่นี่เป็นถนนคนเดินที่อยู่กลางตัวจังหวัดลำปางเลย โดยรอบ ๆ ก็จะมีบ้านเรือน อาคารโบราณเก่าแก่รายรอบอยู่ทั้งสองข้างทาง โดยรูปแบบสถาปัตยกรรมมีทั้งพม่า จีน ยุโรป ทำให้เกิดบ้านเรือนหลากหลายรูปทรงคละกันไปในกาดแห่งนี้ หากจะไปเดินชมตึกราบ้านเมืองหรือหาของกินอร่อย ๆ และซื้อของฝากก็น่าสนุกเลยล่ะ

ถ้ำผาไท

ถ้ำผาไทเป็นถ้ำที่เก่าแก่มากแห่งหนึ่งในประเทศไทยเลยล่ะ โดยภายในถ้ำเกิดจากถูเขาหินปูนที่มีอายุหลายล้านปี  มีทั้งหินงอกหินย้อยและเส้นทางธรรมชาติที่เปิดให้เข้าชม นอกจากนี้ยังมีฝูงค้างคาวอาศัยอยู่ในถ้ำด้วย รอบข้างนอกนั้นเป็นภูเขาสวยงามประกอบกับป่าเบญจพรรณและป่าเต็งรัง เดินไปรอบ ๆ ยังมีถ้ำโจร หล่มภูเขียว และน้ำตกแม่แก้อีกด้วย เหมาะกับการไปเดินเที่ยวชมธรรมชาติอย่างมาก

สะพานบุญ วัดพระธาตุสันดอน

สะพานบุญ หรือขัวแตะ เป็นสะพานที่สร้างจากไม้ไผ่ ตั้งอยู่กลางทุ่งนาในอำเภอแม่ทะ โดยสะพานนั้นจะทอดยาวไปจนถึงวัดพระธาตุสันดอน เพื่อให้ผู้คนและชาวบ้านเดินผ่านบนสะพานไปวัดได้นั่นเอง ด้วยความที่ตั้งอยู่กลางทุ่งนา บรรยากาศรอบข้างก็เต็มไปด้วยท้องนาเขียวขจี ยิ่งมาหลังฝนตกยิ่งชุ่มฉ่ำ ได้เห็นทั้งธรรมชาติและวิถีชีวิตของชาวบ้านที่นี่ แถมยังถ่ายรูปได้สวยแทบทุกมุมเลยล่ะ

ไม่น่าเชื่อว่าลำปางจะมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าไปและหลากหลายในจังหวัดเดียวขนาดนี้ ใครที่ไม่รู้จะไปเที่ยวไหนก็ลองแวะมาเที่ยวเมืองรองอย่างลำปางกันนะ มีดีไม่แพ้จังหวัดอื่น ๆ แน่นอน ธรรมชาติก็สวย อากาศก็สบาย บอกเลยว่าต้องมาจริง ๆ

 

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Related Post

จุดชมพระอาทิตย์ตกที่ไม่ควรพลาด ตามไปเก็บให้ครบทุกภาคทั่วไทยจุดชมพระอาทิตย์ตกที่ไม่ควรพลาด ตามไปเก็บให้ครบทุกภาคทั่วไทย

ความสวยงามอย่างหนึ่งของโลกก็คือแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ที่ช่วยให้เรามองเห็นทุกอย่างรอบตัว และเมื่อยามที่พระอาทิตย์ตกก็จะเป็นช่วงเวลาคาบเกี่ยวระหว่างความสว่าง สลัว จนมืดไป ซึ่งช่วงจังหวะที่พระอาทิตย์ตกในแต่ละสถานที่ก็สวยงามไม่เหมือนกัน และยังให้ความรู้สึกที่ต่างกันไปในทุกที่ ลองมาดูสถานที่ชมดวงอาทิตย์อัสดงกันให้ทั่วทุกภาคในประเทศไทยว่ามีที่ไหนบ้างที่เหมาะกับการไปนั่งชิลล์ ๆ ชมวิวสบาย ๆ ดอยหลวงเชียงดาว เชียงใหม่ ด้วยความสูงที่เป็นอันดับ 3 ของไทย เมื่อขึ้นไปบนดอยหลวงเชียงดาวแล้วก็ยังมองไปเห็นภูเขาสลับกันไปมาและยังมีดอยสามพี่น้อง และดอยพีรามิดอีก รอบข้างที่ดอยนี้เต็มไปด้วยพืชพรรณ ธรรมชาติ ประกอบกับความสูงของมันยังมีหมอกจาง ๆ รายรอบ ช่วงเวลาที่พระอาทิตย์ตกจึงเปรียบเสมือนได้ชมความสวยงามของแสงอาทิตย์และหมอกลาง ๆ เหมือนกับอยู่บนสวรรค์เลยล่ะ                 แหลมพรหมเทพ ภูเก็ต ถ้าเป็นภาคใต้ ไม่พูดถึงที่นี่ไม่ได้เลย

ไม่เก่า แต่ เก๋าอยู่ “บึงกาฬ” แดนพญานาค ถิ่นภูเขาหินไม่เก่า แต่ เก๋าอยู่ “บึงกาฬ” แดนพญานาค ถิ่นภูเขาหิน

การสร้างแผนการเดินทางสักที่หนึ่ง แต่ละคนมีความแตกต่างกัน ส่วนหนึ่งเดินทางตามกระแสสังคม แต่อีกส่วนหนึ่งเลือกเดินทางตามอุดมคติที่ตนเองชอบ ซึ่งเราเป็นหนึ่งในนั้นโดยคีย์ของแผนท่องเที่ยวที่วางไว้คือ ที่ที่มันสุดยอดสำหรับเรา จริง ๆ มันก็ทั้ง 77 จังหวัดนั้นแหล่ะ เพียงแต่วัดกันที่ความเหมาะสมของวันเวลาและอารมณ์ในการเลือกสถานที่ที่จะไปเท่านั้น เราเชื่อว่าสิ่งมหัศจรรย์ในบ้านเกิดเราเองยังมีอีกเยอะ ชั่วชีวิตนี้อาจเที่ยวไม่ครบก็เป็นได้ ในครั้งนี้การเดินทางของเราจะนำทุกคนไปยัง จังหวัดที่แยกตัวเป็นจังหวัดที่ 77 ของประเทศไทยในปี 2554, จังหวัดที่อยู่บนสุดของภาคอีสานระยะทางวัดจากกรุงเทพมหานครประมาณ 765 กิโลเมตร, จังหวัดที่มีสะดือแม่น้ำโขง, จังหวัดที่ผู้คนศรัทธาในพญานาค, และจังหวัดที่มีสัตว์ทะเลอยู่บนบก ที่ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้อยู่ในจังหวัดเดียวกัน จังหวัดบึงกาฬ บึงกาฬเป็นจังหวัดน้องใหม่ ที่มีฝีมือทางการท่องเที่ยวไม่น้อยหน้าจังหวัดอื่น ด้วยพื้นที่เอื้ออำนวย

ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ…แหลมผักเบี้ยกับวิถีธรรมชาติชายเลนท่องเที่ยวเชิงนิเวศ…แหลมผักเบี้ยกับวิถีธรรมชาติชายเลน

จังหวัดเพชรบุรีเป็นจังหวัดทางภาคตะวันตกที่อยู่ไม่ห่างจากกรุงเทพมหานครมากนัก หากเอ่ยถึงจังหวัดเพชรบุรี หลายคนต้องนึกถึง ต้นตาล ตาลโตนด ขนมหม้อแกง แต่นอกจากจะมีขนมอร่อย ๆ แล้ว จังหวัดนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย รวมถึงแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติอย่างแหลมผักเบี้ยด้วย โครงการพระราชดำริแหลมผักเบี้ย เป็นผืนป่าชายเลนที่ได้รับการฟื้นฟูด้านปัญหาขยะและน้ำเสียจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช รัชกาลที่ 9 โดยใช้หลักการธรรมชาติช่วยธรรมชาติ คือ ใช้หญ้าธูปฤาษีช่วยบำบัดน้ำเสีย เพราะหญ้าชนิดนี้จะปล่อยก๊าซออกซิเจนจากรากลงไปในน้ำเสียให้กลายเป็นน้ำดี โดยใช้ระยะเวลาในการบำบัดประมาณ 90 วัน และใช้หลักธรรมชาติบำบัดโดยอาศัยรากของพืชที่ขึ้นในป่าชายเลนปล่อยก๊าซออกซิเจนลงในน้ำเสีย โดยใช้เวลาตามการขึ้นลงของน้ำทะเลในแต่ละวัน ก่อนจะปล่อยน้ำที่ได้รับการบำบัดแล้วลงสู่ลำคลอง และทะเลต่อไป จากพระราชดำริดังกล่าวจึงทำให้ “โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ