เที่ยวป่า ส่องสัตว์ สัมผัสธรรมชาติแบบ 100 %

ใครเบื่อเดินห้างแล้ว วันหยุดยาวลองหาเวลาไปเที่ยวสัมผัสธรรมชาติ เดินป่า ชมสัตว์กันเถอะ หลีกหนีจากความวุ่นวายไปเจอความสงบร่มเย็นตามป่าต่าง ๆ ทั่วไทย บ้านเรานั้นมีป่าธรรมชาติหลายที่เลยที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชพรรณและสัตว์ป่า ลองมาดูกันว่าวันหยุดยาวดี ๆ ของเรานี้จะไปที่ไหนกันได้บ้าง

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ นครนายก

เขาใหญ่นอกจากจะไม่ไกลจากกรุงเทพฯ แล้วยังเดินทางง่าย เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตสำหรับคนที่ต้องการพักผ่อนใจด้วยธรรมชาติเลยล่ะ โดยจะกางเต็นท์นอนที่นี่เลยก็ย่อมได้ ทำให้ได้สัมผัสกับพื้นที่สีเขียวได้อย่างเต็มที่ โดยการเดินชมป่า ดูสัตว์ที่นี่ ก็จะมีเส้นทางธรรมชาตินำไปสู่น้ำตก และมีนกมากมายหลายชนิด ถ้าโชคดีก็จะได้เจอนกแปลก ๆ ที่หายากด้วย ตอนกลางคืนก็มีกิจกรรมส่องสัตว์โดยควรติดต่อเจ้าหน้าที่เอาไว้ก่อน รับรองว่าความอุดมสมบูรณ์ของที่นี่จะทำให้ได้เจอสัตว์มากมายหลายชนิดเลยล่ะ

อุทยานแห่งชาติแม่ปิง ลำพูน

ที่นี่มีทั้งภูเขา น้ำตก ทะเลสาบ ให้ได้นอนชมวิวสบาย ๆ และยังมีทุ่งหญ้าสลับป่าปกคลุมเนินเขายาวไกลเป็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงามเลยล่ะ ที่นี่มักจะมีสัตว์ป่าอย่างกระต่าย เก้ง กวาง ไก่ป่า อาศัยอยู่ และหากโชคดีตอนส่องสัตว์อยู่ก็อาจได้เจอเข้ากับผีเสื้อป่าน้ำตกก้อหลวงได้ แต่อย่าลืมว่าไม่ควรเข้าใกล้และไม่ควรให้อาหารสัตว์นะ เนื่องจากธรรมชาติที่นี่สวยงามและค่อนข้างหลากหลาย แนะนำเลยว่าควรมาเยือนสักครั้ง สัตว์ป่าที่นี่ก็ไม่อันตรายด้วยนะ

อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ กาญจนบุรี

ที่นี่เป็นอุทยานแห่งชาติที่ค่อนข้างสมบูรณ์และมีป่าที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้ง, ป่าดิบเขา และป่าเบญจพรรณ และมีสัตว์ป่าจำนวนมากเลยล่ะ เช่น กวาง, เก้ง, ช้างป่า, หมูป่า,  ลิง, ค่าง, บ่าง, ชะนี, เสือลายเมฆ, หมีควาย, กระรอกบิน, ค้างคาว, นกอินทรีย์ ฯลฯ เรียกได้ว่ากล่าวถึงไม่หมดจริง ๆ นอกจากยังสามารถเดินป่า ขึ้นเขาชมวิว และมีน้ำตกให้นั่งพักผ่อนหย่อนใจอีกด้วย สวยงามไม่แพ้ที่อื่นเลย

อุทยานแห่งชาติแม่วงก์

ป่าที่นี่มีทั้งป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ และป่าดงดิบ และยังมีน้ำตกเล็ก ๆ สำหรับเป็นพื้นที่กางเต็นท์นอนค้างแรมได้ด้วย โดยจุดหลักที่นักท่องเที่ยวชอบไปเลยก็คือยอดเขาโมโกจู ที่เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดเลยล่ะสำหรับแม่วงก์ โดยที่นี่เรียกว่าเป็นสวรรค์สำหรับคนรักนกเลยก็ว่าได้ เพราะมีนกหลากหลาย และมีนกป่าหายากอย่างนกเงือกคอแดง ที่หาชมยากอยู่ที่นี่ด้วย ไม่ว่าใครแวะมาก็ต้องมาดูสักครั้ง

ธรรมชาติในบ้านเรายังมีอีกมากมายและหลากหลายเต็มไปหมด ความอุดมสมบูรณ์ พื้นที่สีเขียว และสัตว์ป่ายังสามารถหาชมได้และคงจะดีถ้าเราช่วยกันอนุรักษ์ไว้ให้คงอยู่ต่อไป เมื่อไปเที่ยวแล้วก็อย่าลืมช่วยกันรักษาสภาพแวดล้อม ไม่ก่อกวนสัตว์ป่านะ จะได้มีพื้นที่สำหรับไปเยี่ยมชมธรรมชาติได้อีกยาวนาน

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Related Post

ล่องเมืองปักษ์ใต้ ตามรอยมโนราห์ ณ พัทลุงล่องเมืองปักษ์ใต้ ตามรอยมโนราห์ ณ พัทลุง

พัทลุงเป็นจังหวัดเล็ก ๆ ในภาคใต้ แต่ก็เป็นอีกสถานที่ที่มีเรื่องราวและแหล่งท่องเที่ยวไม่แพ้ที่อื่นเลย ด้วยคำขวัญที่ว่า “เมืองหนังโนรา อู่นาข้าว พราวน้ำตก แหล่งนกน้ำ ทะเลสาบงาม เขาอกทะลุ น้ำพุร้อน” นี้แสดงให้เห็นถึงว่าจังหวัดนี้มีอะไรให้ไปเยือนมากกว่าที่คุณคิด ลองมาดูกันว่ามาพัทลุงทั้งที จะไปไหนกันดี โนราโรงครู วัดท่าแค ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองหนังโนรา ก็ต้องไปเยี่ยมชมศิลปวัฒนธรรมที่สำคัญของพัทลุงกันหน่อย ที่ท่าแคแห่งนี้ถือเป็นจุดกำเนิดของโนรา (หรือเรียกมโนห์รา) ที่แรกเลยล่ะ ซึ่งทุก ๆ ปีก็จะมีคนมาร่วมงานอยู่เสมอ ๆ เนื่องจากงานที่จัดขึ้นจะเป็นพิธีกรรมที่มีมาทุกปี เพื่อเป็นพิธีอัญเชิญบรรพบุรุษและครูโนราเพื่อรับการทำพิธีไหว้ครู จึงเป็นที่มาของชื่อโนราโรงครู หรือโนราลงครูนั่นเอง

ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ…แหลมผักเบี้ยกับวิถีธรรมชาติชายเลนท่องเที่ยวเชิงนิเวศ…แหลมผักเบี้ยกับวิถีธรรมชาติชายเลน

จังหวัดเพชรบุรีเป็นจังหวัดทางภาคตะวันตกที่อยู่ไม่ห่างจากกรุงเทพมหานครมากนัก หากเอ่ยถึงจังหวัดเพชรบุรี หลายคนต้องนึกถึง ต้นตาล ตาลโตนด ขนมหม้อแกง แต่นอกจากจะมีขนมอร่อย ๆ แล้ว จังหวัดนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย รวมถึงแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติอย่างแหลมผักเบี้ยด้วย โครงการพระราชดำริแหลมผักเบี้ย เป็นผืนป่าชายเลนที่ได้รับการฟื้นฟูด้านปัญหาขยะและน้ำเสียจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช รัชกาลที่ 9 โดยใช้หลักการธรรมชาติช่วยธรรมชาติ คือ ใช้หญ้าธูปฤาษีช่วยบำบัดน้ำเสีย เพราะหญ้าชนิดนี้จะปล่อยก๊าซออกซิเจนจากรากลงไปในน้ำเสียให้กลายเป็นน้ำดี โดยใช้ระยะเวลาในการบำบัดประมาณ 90 วัน และใช้หลักธรรมชาติบำบัดโดยอาศัยรากของพืชที่ขึ้นในป่าชายเลนปล่อยก๊าซออกซิเจนลงในน้ำเสีย โดยใช้เวลาตามการขึ้นลงของน้ำทะเลในแต่ละวัน ก่อนจะปล่อยน้ำที่ได้รับการบำบัดแล้วลงสู่ลำคลอง และทะเลต่อไป จากพระราชดำริดังกล่าวจึงทำให้ “โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

จุดชมพระอาทิตย์ตกที่ไม่ควรพลาด ตามไปเก็บให้ครบทุกภาคทั่วไทยจุดชมพระอาทิตย์ตกที่ไม่ควรพลาด ตามไปเก็บให้ครบทุกภาคทั่วไทย

ความสวยงามอย่างหนึ่งของโลกก็คือแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ที่ช่วยให้เรามองเห็นทุกอย่างรอบตัว และเมื่อยามที่พระอาทิตย์ตกก็จะเป็นช่วงเวลาคาบเกี่ยวระหว่างความสว่าง สลัว จนมืดไป ซึ่งช่วงจังหวะที่พระอาทิตย์ตกในแต่ละสถานที่ก็สวยงามไม่เหมือนกัน และยังให้ความรู้สึกที่ต่างกันไปในทุกที่ ลองมาดูสถานที่ชมดวงอาทิตย์อัสดงกันให้ทั่วทุกภาคในประเทศไทยว่ามีที่ไหนบ้างที่เหมาะกับการไปนั่งชิลล์ ๆ ชมวิวสบาย ๆ ดอยหลวงเชียงดาว เชียงใหม่ ด้วยความสูงที่เป็นอันดับ 3 ของไทย เมื่อขึ้นไปบนดอยหลวงเชียงดาวแล้วก็ยังมองไปเห็นภูเขาสลับกันไปมาและยังมีดอยสามพี่น้อง และดอยพีรามิดอีก รอบข้างที่ดอยนี้เต็มไปด้วยพืชพรรณ ธรรมชาติ ประกอบกับความสูงของมันยังมีหมอกจาง ๆ รายรอบ ช่วงเวลาที่พระอาทิตย์ตกจึงเปรียบเสมือนได้ชมความสวยงามของแสงอาทิตย์และหมอกลาง ๆ เหมือนกับอยู่บนสวรรค์เลยล่ะ                 แหลมพรหมเทพ ภูเก็ต ถ้าเป็นภาคใต้ ไม่พูดถึงที่นี่ไม่ได้เลย