เที่ยวชมประเพณี แสงสีเทศกาลทั่วไทย

ในไทยนั้นมีตั้งมากมายหลายจังหวัด แต่ละพื้นที่ก็จะประกอบไปด้วยประเพณีวัฒนธรรมที่แตกต่างกันไป หากไม่รู้จะไปเที่ยวไหนแล้ว ขอแนะนำให้ลองไปเที่ยวตามประเพณีและวัฒนธรรมของแต่ละจังหวัด จะได้สัมผัสวิถีชีวิตและพิธีต่าง ๆ ที่บอกเล่าความเป็นตัวจังหวัดนั้น ๆ ได้ดีเลยล่ะ ลองมาดูกันว่าจังหวัดไหนมีอะไรกันบ้าง

ยอยศยิ่งฟ้า อยุธยามรดกโลก

เป็นงานประเพณีที่จัดประจำแทบทุกปี โดยจะมีกิจกรรมหลากหลายมากมายในงาน ทั้งการแสดงเรื่องราวประวัติศาสตร์ผ่านแสง สี เสียง ท่ามกลางสถานที่ฉากหลังที่เป็นวัดเก่าโบราณ มีทั้งส่วนของตลาดย้อนยุคที่ต้องแลกเงินบาทเป็นพดด้วงเพื่อซื้อขายของกินในงาน นอกจากนี้ยังมีงาน OTOP และมีงานกาชาดให้ได้เสี่ยงดวงลุ้นของรางวัลกลับบ้านอีกด้วย หลาย ๆ มุมก็จะมีโซนจัดการแสดงหลากหลายเรื่องราว โดยตัวงานจะมีตลาดให้เดินตลอดทั้งงาน เหมาะกับการไปเดินเล่นสบาย ๆ และยังได้ชมประวัติศาสตร์รอบข้างอีก โดยปกติแล้วงานนี้จะจัดในช่วงเดือนธันวาคม หากใครว่างก็ลองไปเที่ยวงานดูได้ อยุธยานั้นอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพเลย

ประเพณีอุ้มพระดำน้ำ เพชรบูรณ์

เป็นประเพณีที่สืบทอดกันมายาวนานกว่า 400 ปี โดยมีความเชื่อว่า ณ ตอนนั้นเกิดน้ำป่าไหลหลาก และเมื่อน้ำหยุดนิ่งก็เกิดพระพุทธรูปปรากฏขึ้นมาเหนือน้ำ ทำให้ชาวบ้านจัดเป็นประเพณีอุ้มพระดำน้ำขึ้นจนถึงทุกวันนี้ โดยมีความเชื่อว่าจะช่วยให้สงบสุข อุดมสมบูรณ์ และเป็นสิริมงคลต่อชาวบ้าน ในการไปร่วมงานประเพณีนี้นอกจากจะมีประเพณีอุ้มพระดำน้ำแล้วยังมีขบวนแห่ทั้งทางน้ำและทางบก มีการแข่งขันพายเรือทวนน้ำ ในตอนค่ำยังมีการแสดงเพื่อเล่าเรื่องราวที่มาของประเพณี และยังมีเทศกาลอาหารอร่อยอีกด้วยนะ

ประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง แข่งเรือยาว สกลนคร

เป็นงานประเพณีที่มีชื่อเสียงและจัดสืบทอดกันมานาน โดยงานจะจัดต่อเนื่องกันหลายวันโดยมีทั้งการประกวดพานบายศรี แสดงปราสาทผึ้ง มีการจัดงานแสดงให้เห็นถึงศิลปวัฒนธรรม วันอื่น ๆ ก็จะมีขบวนแห่ปราสาทผึ้ง นิทรรศการปราสาทผึ้ง และมีการแข่งขันเรือยาวให้ชมสนุก ๆ อีกด้วย และที่ขาดไม่ได้ในทุก ๆ งานก็คือพื้นที่ขายของกิน ของ OTOP อีกมากมายในงาน เป็นงานประเพณีที่มีกิจกรรมให้ชมแล้วเข้าร่วมหลากหลายเลยล่ะ

ตรุษจีนปากน้ำโพ นครสวรรค์

ขบวนแห่มังกรของเมืองปากน้ำโพนั้นเป็นเอกลักษณ์ประจำจังหวัดที่มีมาทุกปี โดยชุมชนส่วนใหญ่มักเป็นชาวไทยเชื้อสายจีน จะมีการอัญเชิญและกราบไหว้องค์เจ้าพ่อ เจ้าแม่ เดินแห่รอบตลาดปากน้ำโพ ไม่เพียงเท่านั้นยังมีขบวนแห่สิงโต ขบวนเจ้าแม่กวนอิม นางฟ้า องค์เทพต่าง ๆ ตามความเชื่อของชาวนครสวรรค์ ซึ่งเมื่อไรที่มีงาน บริเวณชุมชนแถวตลาดก็จะกลายเป็นแหล่งเดินชมงานและเต็มไปด้วยของกินอร่อย ๆ ได้ชมงานประเพณีไปพร้อมกับวิถีชุมชนอีกด้วย

ประเพณีและวัฒนธรรมนั้นมีแตกต่างกันไปทุกที่ การได้เรียนรู้และเข้าไปสัมผัสก็จะทำให้เราได้รู้จักความเป็นมาของจังหวัดนั้น ๆ ได้ดียิ่งขึ้น การเลือกไปเที่ยวในช่วงประเพณีก็นับเป็นการท่องเที่ยวที่น่าสนุกไม่แพ้การชมธรรมชาติหรือการเที่ยวผจญภัยเลยล่ะ

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Related Post

ล่องเมืองปักษ์ใต้ ตามรอยมโนราห์ ณ พัทลุงล่องเมืองปักษ์ใต้ ตามรอยมโนราห์ ณ พัทลุง

พัทลุงเป็นจังหวัดเล็ก ๆ ในภาคใต้ แต่ก็เป็นอีกสถานที่ที่มีเรื่องราวและแหล่งท่องเที่ยวไม่แพ้ที่อื่นเลย ด้วยคำขวัญที่ว่า “เมืองหนังโนรา อู่นาข้าว พราวน้ำตก แหล่งนกน้ำ ทะเลสาบงาม เขาอกทะลุ น้ำพุร้อน” นี้แสดงให้เห็นถึงว่าจังหวัดนี้มีอะไรให้ไปเยือนมากกว่าที่คุณคิด ลองมาดูกันว่ามาพัทลุงทั้งที จะไปไหนกันดี โนราโรงครู วัดท่าแค ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองหนังโนรา ก็ต้องไปเยี่ยมชมศิลปวัฒนธรรมที่สำคัญของพัทลุงกันหน่อย ที่ท่าแคแห่งนี้ถือเป็นจุดกำเนิดของโนรา (หรือเรียกมโนห์รา) ที่แรกเลยล่ะ ซึ่งทุก ๆ ปีก็จะมีคนมาร่วมงานอยู่เสมอ ๆ เนื่องจากงานที่จัดขึ้นจะเป็นพิธีกรรมที่มีมาทุกปี เพื่อเป็นพิธีอัญเชิญบรรพบุรุษและครูโนราเพื่อรับการทำพิธีไหว้ครู จึงเป็นที่มาของชื่อโนราโรงครู หรือโนราลงครูนั่นเอง

เมืองมัลลิกา ร.ศ. 124 เสน่ห์ย้อนยุคแห่งวิถีชาวสยามเมืองมัลลิกา ร.ศ. 124 เสน่ห์ย้อนยุคแห่งวิถีชาวสยาม

เป็นไปได้ไหม ถ้าเราจะย้อนเวลากลับไปเมื่อครั้งสมัย ร.ศ. 124 ซึ่งตรงกับรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 คำตอบคือ…เป็นไปได้ และใช้เวลาเพียงแค่ 1 วันเท่านั้น เมืองมัลลิกา ร.ศ. 124 เป็นเมืองโบราณที่จำลองขึ้นมาเพื่อแสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตของชาวไทยบริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาในสมัยรัชกาลที่ 5 ในยุคเลิกทาส ตั้งอยู่ที่ ตำบลสิงห์ อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ภายในเมืองถูกเนรมิตให้เหมือนกับยุค ร.ศ. 124 ไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรม การแต่งกาย อาหาร รวมไปถึงเงินที่ใช้แลกเปลี่ยนซื้อสินค้าภายในเมือง ราวกับนั่งไทม์แมชชีนย้อนยุคไปก็ไม่ปาน สำหรับชื่อเมือง

ปรากฏการณ์ดอยเหลืองอร่าม ดอกบัวตองบาน หนึ่งปีมีเพียงครั้งปรากฏการณ์ดอยเหลืองอร่าม ดอกบัวตองบาน หนึ่งปีมีเพียงครั้ง

นักท่องเที่ยวที่หลงใหลเส้นทางธรรมชาติคงไม่มีใครปฏิเสธความงามของดอกบัวตองไปได้ สีเหลืองอร่ามดั่งทองคำบริสุทธิ์ของมันนั้นช่างเชื้อเชิญให้เราอยากยกกล้องขึ้นรัวชัตเตอร์เพื่อเก็บเอาไว้เป็นความทรงจำอันแสนสวยงามเสียจริง และจุดที่ถือว่าเป็นสุดยอดความงามของทุ่งดอกบัวตองคงหนีไม่พ้น ดอยแม่อูคอ แห่งจังหวัดแม่ฮ่องสอน ดอยแม่อูคอ อยู่ในเขตอำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีพื้นที่กว่า 500 ไร่ บนความสูงประมาณ 1,600 เมตรจากระดับน้ำทะเล อยู่ห่างจากที่ทำการอำเภอขุนยวมประมาณ 25 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นทิวเขาสูงสลับทุ่งบัวตอง ในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน ดอกบัวตองบนทุ่งนี้จะบานสะพรั่งเต็มที่จนเต็มหุบเขา ซึ่งบานเยอะที่สุดในช่วงวันที่ 17-23 พฤศจิกายนของทุกปี ในช่วงนี้เราจะได้ชมความงามสะพรั่งของดอกบัวตองพร้อมทะเลหมอก ระยะเวลาบานจะอยู่เพียงแค่ 38-40 วันเท่านั้น บนทุ่งมีศาลาชมวิวจัดไว้รองรับนักท่องเที่ยวอยู่หลายแห่ง แต่ละแห่งสามารถมองเห็นความงามของดอกบัวตองได้ 360