หลงเสน่ห์อัลปาก้า เที่ยวอัลปาก้า ฮิลล์ ฟาร์มอัลปาก้าแห่งเดียวในประเทศไทย

 ใครที่มีโอกาสไปเยือนจังหวัดราชบุรีต่างก็อดคิดไม่ได้ว่า จังหวัดแห่งนี้ช่างอุดมไปด้วยฟาร์มเสียจริง ทั้งฟาร์มแกะ ฟาร์มเมลอน ฟาร์มต้นไม้ อะไรอีกสารพัดฟาร์ม และถ้าพูดถึงเรื่องของฟาร์ม ราชบุรีก็มีฟาร์มสัตว์ที่เรียกได้ว่าเป็นแห่งเดียวในประเทศไทยเลยก็ว่าได้ และสัตว์ชนิดนี้ก็น่ารักน่าชังยิ่งนัก ใช่แล้ว! เรากำลังพูดถึงตัวอัลปาก้านั่นเอง

อัลปาก้า ฮิลล์ เป็นฟาร์มเพาะพันธุ์อัลปาก้าแห่งแรก แห่งเดียว และใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ตั้งอยู่ในเขตอำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี มีเนื้อที่กว่า 250 ไร่ ฟาร์มสไตล์มาชูปิกชู เปรูแห่งนี้จัดตั้งขึ้นมาในปี พ.ศ. 2555 โดยพันตรีหม่อมราชวงศ์    พีรานุพงศ์ ภาณุพันธุ์ เกิดจากการที่ท่านเดินทางไปพักร้อนที่ประเทศเปรูเมื่อช่วงประมาณ ปี พ.ศ. 2553 แล้วรู้สึกหลงรักเจ้า  อัลปาก้าขึ้นมา จึงมีความคิดที่จะนำพวกมันกลับเมืองไทยมาด้วย จนกระทั่งต้นปี พ.ศ. 2555 ท่านก็ได้นำอัลปาก้าจำนวน 36 ตัวแรกจากประเทศออสเตรเลียมาสู่ประเทศไทยได้สมดังที่ตั้งใจ

อัลปาก้ามีถิ่นกำเนิดในประเทศเปรู ชาวอินคานิยมนำขนของพวกมันมาทำเป็นเส้นใย พบมากในประเทศเปรู โบลิเวีย และชิลี เป็นสัตว์ตระกูลอูฐ เป็นสัตว์กินหญ้า กินอาหารโดยใช้วิธีการเคี้ยวเอื้องแบบวัว แต่มีสามกระเพาะ มี 2 ชนิด ได้แก่ พันธุ์ Suri ที่ให้เส้นใยยาวและนุ่มเหมือนเส้นไหม และ Huacaya ที่ให้เส้นใยสั้น แน่นเหมือนขนแกะ อัลปาก้ามีอายุเฉลี่ยประมาณ 15-20 ปี ให้ขนตลอดชีวิต และให้กำเนิดลูกครั้งละตัวเท่านั้น

นักท่องเที่ยวที่อยากเข้าชมฟาร์มอัลปาก้าแห่งนี้ ต้องจองผ่านระบบออนไลน์เท่านั้น ที่ www.alpacahill.com โดยทางฟาร์มกำหนดจำนวนผู้เข้าชมไว้เพียงแค่ 200 คนต่อวันเท่านั้น และจัดกลุ่มเข้าชมกลุ่มละประมาณ 30 คน เพื่อเป็นการลดความเครียดของอัลปาก้า ราคาค่าเข้าชมแบ่งออกเป็น 8 ประเภท คือ บัตรประเภท VIP TICKET ราคา 290 บาท สามารถเข้าชมอัลปาก้าอย่างใกล้ชิด และร่วมกิจกรรมได้ 5 อย่าง คือ Harry_Hut จุดชมวิว บ้านฮ็อบบิท Free_Goat_Grass และเขาวงกต ผู้ที่ซื้อบัตรประเภทนี้จะได้รับสายคล้องคอสีส้ม 1 เส้น อาหารสำหรับอัลปาก้า 1 ชุด ถุงผ้าลายอัลปาก้าสีส้ม 1 ใบ และแผนที่ขุมทรัพย์ INCA 1 ใบ บัตรประเภท VIP EXPRESS ราคา 390 บาท สามารถเข้าชมอัลปาก้าอย่างใกล้ชิด และร่วมกิจกรรมได้ 9 อย่าง คือ Harry Hut จุดชมวิว บ้านฮ็อบบิท เก็บไข่ ป้อนนมลูกแกะ Free Goat Grass เขาวงกต ป้อนอาหารนก ป้อนอาหารปลาคราฟ ผู้ที่ซื้อบัตรประเภทนี้จะได้รับสายคล้องคอสีขาว 1 เส้น อาหารสำหรับอัลปาก้า 1 ชุด ถุงผ้าลายอัลปาก้าสีขาว 1 ใบ แผนที่ขุมทรัพย์ INCA 1 ใบ กรอบรูปลายอัลปาก้า ขนาด 5×7″ 1 ใบ และฟรีภาพถ่าย 1 ใบ

บัตรประเภท VIP EXPRESS+ ราคา 500 บาท สามารถเข้าชมอัลปาก้าอย่างใกล้ชิด และร่วมกิจกรรมได้ 12 อย่าง คือ Harry_Hut จุดชมวิว กิจกรรมถ้ำเห็ด plant_your_tree เก็บพริกกะเหรี่ยง บ้านฮ็อบบิท เก็บไข่ ป้อนนมลูกแกะ Free_Goat_Grass เขาวงกต ป้อนอาหารนก ป้อนอาหารปลาคราฟ ผู้ที่ซื้อบัตรประเภทนี้จะได้รับสายคล้องคอสีขาว 1 เส้น อาหารสำหรับอัลปาก้า 1 ชุด ถุงผ้าลายอัลปาก้าสีขาว 1 ใบ แผนที่ขุมทรัพย์ INCA 1 ใบ กรอบรูปลายอัลปาก้า ขนาด 5×7″ 1 ใบ และฟรีภาพถ่าย 1 ใบ บัตรประเภท VIP ADVENTURE ราคา 790 บาท สามารถเข้าชมอัลปาก้าอย่างใกล้ชิด และร่วมกิจกรรมได้ 14 อย่าง คือ บ้านแฮรี่ฮัทและสวมชุด Cosplay จุดชมวิว กิจกรรมถ้ำเห็ด plant_your_tree เก็บพริกกะเหรี่ยง บ้านฮ็อบบิทและสวมชุด Cosplay เก็บใบชา ขี่ม้า เก็บไข่ ป้อนนมลูกแกะ Free_Goat_Grass เขาวงกต ป้อนอาหารนก ป้อนอาหารปลาคราฟ ผู้ที่ซื้อบัตรประเภทนี้จะได้รับสายคล้องคอสีขาว 1 เส้น อาหารสำหรับอัลปาก้า 1 ชุด ถุงผ้าลายอัลปาก้าสีขาว 1 ใบ แผนที่ขุมทรัพย์ INCA 1 ใบ กรอบรูปลายอัลปาก้า ขนาด 5×7″ 1 ใบ และฟรีภาพถ่าย 1 ใบ

บัตรประเภท VIP ADVENTURE+ ราคา 990 บาท สามารถเข้าชมอัลปาก้าอย่างใกล้ชิด และร่วมกิจกรรมได้ 17 อย่าง คือ บ้านแฮรี่ฮัทและสวมชุด Cosplay จุดชมวิว กิจกรรมถ้ำเห็ด plant_your_tree เก็บพริกกะเหรี่ยง บ้านฮ็อบบิทและสวมชุด Cosplay เก็บใบชา ขี่ม้า เก็บไข่ ป้อนนมลูกแกะ Free_Goat_Grass เขาวงกต ป้อนอาหารนก ป้อนอาหารปลาคราฟ สปีดเวย์ ขับรถ ATV ไฟฟ้า นั่งรถม้า ผู้ที่ซื้อบัตรประเภทนี้จะได้รับสายคล้องคอสีขาว 1 เส้น อาหารสำหรับอัลปาก้า 1 ชุด ถุงผ้าลายอัลปาก้าสีขาว 1 ใบ แผนที่ขุมทรัพย์ INCA 1 ใบ กรอบรูปลายอัลปาก้า ขนาด 5×7″ 1 ใบ และฟรีภาพถ่าย 1 ใบ บัตรประเภท VIP EXTREAM ADVENTURE ราคา 1,290 บาท สามารถเข้าชมอัลปาก้าอย่างใกล้ชิด และร่วมกิจกรรมได้ 19 อย่าง คือ บ้านแฮรี่ฮัทและสวมชุด Cosplay จุดชมวิว กิจกรรมถ้ำเห็ด plant_your_tree เก็บพริกกะเหรี่ยง บ้านฮ็อบบิทและสวมชุด Cosplay เก็บใบชา ขี่ม้า เก็บไข่ ป้อนนมลูกแกะ Free_Goat_Grass เขาวงกต ป้อนอาหารนก ป้อนอาหารปลาคราฟ ขี่นกกระจอกเทศ ซิปไลน์และไต่เชือก สปีดเวย์ ขับรถ ATV ไฟฟ้า นั่งรถม้า ผู้ที่ซื้อบัตรประเภทนี้จะได้รับสายคล้องคอสีขาว 1 เส้น อาหารสำหรับอัลปาก้า 1 ชุด ถุงผ้าลายอัลปาก้าสีขาว 1 ใบ แผนที่ขุมทรัพย์ INCA 1 ใบ กรอบรูปลายอัลปาก้า ขนาด 5×7″ 1 ใบ และฟรีภาพถ่าย 1 ใบ

บัตรประเภท VIP YEARS PASS บัตรประเภทนี้จะเข้าชมได้แบบไม่จำกัดครั้ง ราคา 1,690 บาท สามารถเข้าชมอัลปาก้าอย่างใกล้ชิด และร่วมกิจกรรมได้ 19 อย่าง คือ บ้านแฮรี่ฮัทและสวมชุด Cosplay จุดชมวิว กิจกรรมถ้ำเห็ด plant_your_tree เก็บพริกกะเหรี่ยง บ้านฮ็อบบิทและสวมชุด Cosplay เก็บใบชา ขี่ม้า เก็บไข่ ป้อนนมลูกแกะ Free_Goat_Grass เขาวงกต ป้อนอาหารนก ป้อนอาหารปลาคราฟ ขี่นกกระจอกเทศ ซิปไลน์และไต่เชือก สปีดเวย์ ขับรถ ATV ไฟฟ้า นั่งรถม้า ผู้ที่ซื้อบัตรประเภทนี้จะได้รับสายคล้องคอสีขาว 1 เส้น อาหารสำหรับอัลปาก้า 1 ชุด ถุงผ้าลายอัลปาก้าสีขาว 1 ใบ แผนที่ขุมทรัพย์ INCA 1 ใบ กรอบรูปลายอัลปาก้า ขนาด 5×7″ 1 ใบ ฟรีภาพถ่าย 1 ใบ และตุ๊กตาอัลปาก้า 1 ตัว มูลค่า 290 บาท บัตรประเภทสุดท้าย คือบัตรประเภท VIP Night Safari บัตรประเภทนี้จะเข้าชมตอนกลางคืน ราคา 390 บาท ร่วมกิจกรรมได้ 3 อย่าง คือ บ้านแฮรี่ฮัทและสวมชุด Cosplay จุดชมวิว ผู้ที่ซื้อบัตรประเภทนี้จะได้บัตร VIP Night Safari อาหารสำหรับอัลปาก้า 1 ชุด ถุงผ้าลายอัลปาก้าสีส้ม 1 ใบ แผนที่ขุมทรัพย์ INCA Night Safari 1ใบ ฟรีภาพถ่ายยามค่ำคืน 1 ใบ และให้ยืมไฟฉาย 1 กระบอกด้วย ผู้สูงอายุ (อายุ 60 ปีขึ้นไป) และเด็กที่มีส่วนสูงไม่เกิน 110 เซนติเมตร เข้าฟรี ถ้าต้องการให้อาหารเพิ่มเติมทุกประเภท ราคา 3 ชุด 100 บาท

ทุกรอบที่เข้าชมสามารถให้อาหารอัลปาก้าด้วยตนเองได้ทุกรอบ โดยเริ่มตั้งแต่ 9.00 9.30 10.00 10.30 11.00 11.30 12.00 12.30 13.00 13.30 14.00 14.30 15.00 15.30 16.00 16.30 17.00 และ 17.30 นอกจากอัลปาก้าแล้ว ที่อัลปาก้า ฮิลล์ยังมีสัตว์น่ารักอีกหลายสายพันธุ์ให้สัมผัสอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็น วอลลาบี้ (จิงโจ้จิ๋ว), กระต่ายยักษ์, กระต่ายขนปุกปุย, เต่ายักษ์, เฟอเรท, แพรี่ด็อก, มาม็อต, นกฮูกหิมะ และสัตว์อื่น ๆ อีกมากมาย และอย่าลืมเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็น เช่น หมวก น้ำดื่ม ร่มกันแดด ผ้าเช็ดทำความสะอาดผิวแบบเปียกมาด้วย ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัดเพื่อความสะดวกในการเข้าชม

อัลปาก้า ฮิลล์เปิดเข้าชมทุกวัน ดังนี้ วันจันทร์-พฤหัส เวลา 9:30 – 17:00 น. วันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 9:00 – 18:00 น. การเดินทางสามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวเส้นทางถนนผาปก-ตะโกล่าง นอกจากนี้ยังมีรถบริการรับ-ส่ง กรุงเทพ –  อัลปาก้า ฮิลล์ พร้อมคนขับ ราคา 3,500 บาท (ไม่เกิน 4 คน)  และรถตู้ VIP ราคา 6,000 บาท (ไม่เกิน 8 คน)…สุดสัปดาห์นี้ปักหมุด แล้วไปเจอกันที่อัลปาก้า ฮิลล์ ณ สวนผึ้งกันนะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Related Post

หนีเที่ยว 3 วัน 2 คืนกับ Unseen Thailand ทะเลอันดามัน ภูเก็ต กระบี่ พังงาหนีเที่ยว 3 วัน 2 คืนกับ Unseen Thailand ทะเลอันดามัน ภูเก็ต กระบี่ พังงา

ทะเลอันดามัน ถือเป็น Unseen Thailand อีกแห่งหนึ่งของประเทศไทย ที่เต็มไปด้วยหมู่เกาะน้อยใหญ่มากมาย มีน้ำทะเลที่ใสจนมองเห็นโลกใต้ท้องทะเลอุดมสมบูรณ์ไปด้วยแนวปะการัง ฝูงปลานานาชนิด หาดทรายขาวละเอียด เรียกได้ว่าเป็นแดนสวรรค์ของคนรักการดำน้ำก็ว่าได้ ตะลุย Signature เมืองภูเก็ต พร้อมทัวร์ Unseen Thailand ทะเลอันดามัน                 เริ่มต้นวันแรกที่สนามบินนานาชาติภูเก็ต จะมีเจ้าหน้าที่จากบริษัททัวร์มารอรับที่สนามบินเพื่อนำท่าน Check In เข้าที่พัก จากนั้นหากมีเวลาขอแนะนำใช้บริการเช่ารถเพื่อเที่ยวชมรอบเมืองภูเก็ต Signature ของเมืองภูเก็ตมีหลากหลาย เช่น วัดพระทอง (พระผุด) เขารัง

ปรากฏการณ์ดอยเหลืองอร่าม ดอกบัวตองบาน หนึ่งปีมีเพียงครั้งปรากฏการณ์ดอยเหลืองอร่าม ดอกบัวตองบาน หนึ่งปีมีเพียงครั้ง

นักท่องเที่ยวที่หลงใหลเส้นทางธรรมชาติคงไม่มีใครปฏิเสธความงามของดอกบัวตองไปได้ สีเหลืองอร่ามดั่งทองคำบริสุทธิ์ของมันนั้นช่างเชื้อเชิญให้เราอยากยกกล้องขึ้นรัวชัตเตอร์เพื่อเก็บเอาไว้เป็นความทรงจำอันแสนสวยงามเสียจริง และจุดที่ถือว่าเป็นสุดยอดความงามของทุ่งดอกบัวตองคงหนีไม่พ้น ดอยแม่อูคอ แห่งจังหวัดแม่ฮ่องสอน ดอยแม่อูคอ อยู่ในเขตอำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีพื้นที่กว่า 500 ไร่ บนความสูงประมาณ 1,600 เมตรจากระดับน้ำทะเล อยู่ห่างจากที่ทำการอำเภอขุนยวมประมาณ 25 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นทิวเขาสูงสลับทุ่งบัวตอง ในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน ดอกบัวตองบนทุ่งนี้จะบานสะพรั่งเต็มที่จนเต็มหุบเขา ซึ่งบานเยอะที่สุดในช่วงวันที่ 17-23 พฤศจิกายนของทุกปี ในช่วงนี้เราจะได้ชมความงามสะพรั่งของดอกบัวตองพร้อมทะเลหมอก ระยะเวลาบานจะอยู่เพียงแค่ 38-40 วันเท่านั้น บนทุ่งมีศาลาชมวิวจัดไว้รองรับนักท่องเที่ยวอยู่หลายแห่ง แต่ละแห่งสามารถมองเห็นความงามของดอกบัวตองได้ 360

จุดชมพระอาทิตย์ตกที่ไม่ควรพลาด ตามไปเก็บให้ครบทุกภาคทั่วไทยจุดชมพระอาทิตย์ตกที่ไม่ควรพลาด ตามไปเก็บให้ครบทุกภาคทั่วไทย

ความสวยงามอย่างหนึ่งของโลกก็คือแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ที่ช่วยให้เรามองเห็นทุกอย่างรอบตัว และเมื่อยามที่พระอาทิตย์ตกก็จะเป็นช่วงเวลาคาบเกี่ยวระหว่างความสว่าง สลัว จนมืดไป ซึ่งช่วงจังหวะที่พระอาทิตย์ตกในแต่ละสถานที่ก็สวยงามไม่เหมือนกัน และยังให้ความรู้สึกที่ต่างกันไปในทุกที่ ลองมาดูสถานที่ชมดวงอาทิตย์อัสดงกันให้ทั่วทุกภาคในประเทศไทยว่ามีที่ไหนบ้างที่เหมาะกับการไปนั่งชิลล์ ๆ ชมวิวสบาย ๆ ดอยหลวงเชียงดาว เชียงใหม่ ด้วยความสูงที่เป็นอันดับ 3 ของไทย เมื่อขึ้นไปบนดอยหลวงเชียงดาวแล้วก็ยังมองไปเห็นภูเขาสลับกันไปมาและยังมีดอยสามพี่น้อง และดอยพีรามิดอีก รอบข้างที่ดอยนี้เต็มไปด้วยพืชพรรณ ธรรมชาติ ประกอบกับความสูงของมันยังมีหมอกจาง ๆ รายรอบ ช่วงเวลาที่พระอาทิตย์ตกจึงเปรียบเสมือนได้ชมความสวยงามของแสงอาทิตย์และหมอกลาง ๆ เหมือนกับอยู่บนสวรรค์เลยล่ะ                 แหลมพรหมเทพ ภูเก็ต ถ้าเป็นภาคใต้ ไม่พูดถึงที่นี่ไม่ได้เลย