หลงเขา 2 คืน พิชิต 4 ยอดเขา ณ เขาหลวง จังหวัดสุโขทัย

ใครจะไปเชื่อว่าจังหวัดเมืองเก่ามรดกโลกอย่างสุโขทัยจะมีสถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ ที่ยังคงความสวยงามและรอนักท่องเที่ยวสายลุยเข้าไปสัมผัสบรรยากาศในระดับความสูง 1,200 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ซึ่งเขาเรียกที่นี่ว่า “เขาหลวง”

เขาหลวง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ อยู่ภายในเขตอุทยานแห่งชาติรามคำแหงของจังหวัดสุโขทัย ซึ่งมีระยะทางจากจุดเริ่มต้นถึงยอดเขาราว 4 กิโลเมตร คุณคงคิดในใจว่าระยะทางเพียงแค่ 4 กิโลเมตร แต่เราขอให้คุณคิดใหม่ว่า ระยะทางตั้ง 4 กิโลเมตร ทำไมนั้นหรือ เพราะทางขึ้นเขาที่นี่มีลักษณะลาดชันอยู่ที่ประมาณ 45 องศา นั้นหมายความว่า แรงโน้มถ่วงจะฉุดแรงคุณไปมากกว่าปกติ แต่ถึงกระนั้นธรรมชาติก็แลกเปลี่ยนด้วยความสวยงาม ความแปลกตา พอให้นักท่องเที่ยวพักถ่ายภาพนำไปอวดเพื่อน ๆ ได้ อีกทั้งทางอุทยานก็มีจุดบริการน้ำดื่มสะอาด ไว้ให้นักท่องเที่ยวกรองใส่ภาชนะไว้ดื่มในยามที่หมดแรงอยู่เป็นระยะ และเมื่อคุณพบต้นไทรงามขนาดใหญ่ซึ่งเป็นไฮไลท์หนึ่งของที่นี่ นั้นหมายถึงว่า อีกเพียง 400 เมตร คุณจะถึงที่หมาย ลานพักแรมของเขาหลวง

ด้านบนเขาหลวงส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นทางราบ ที่มียอดเขาให้ชมทิวทัศน์ถึง 4 ยอดเขา โดยเมื่อคุณมาถึงแล้วและพักผ่อนจนร่างกายฟื้นตัว จุดหมายแรกของตอนเย็นแทบจะทุกคนคือการเดินทางไป ยอดเขาแม่ย่า เพื่อรอชมพระอาทิตย์ตกกันที่นั้น ซึ่งยอดเขานี้นอกจากจะเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามที่สุดแล้ว ตามตำนานยังได้กล่าวว่า เป็นสถานที่นั่งวิปัสสนาของแม่ย่า หรือนางเสืองพระมเหสีพ่อขุนศรีอินทราทิตย์กษัตริย์แห่งราชวงศ์สุโขทัย

ภายหลังพระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าแล้ว ก็เข้าสู่ห้วงเวลาแห่งอิสระที่คุณจะทำอะไรก็ได้ จะนอนเล่นดูดาว ต้มมาม่า จับเข่าคุยกับเพื่อน หรืออ่านหนังสือคนเดียว คุณสามารถทำได้หมด เพียงแต่ห้ามรบกวนธรรมชาติและเพื่อนข้างเคียงท่านอื่น ๆ เมื่อกาลเวลาล่วงเลยกระทั่งหัวรุ่งของอีกวัน หนึ่งจุดสำคัญคือการตื่นไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ยอดเขานารายณ์ ซึ่งอยู่ห่างจากที่พักเพียง 400 เมตร แน่นอนว่านอกจากเสียงนก เสียงแมลงแล้ว คุณจะได้ยินเสียงชัตเตอร์กดรัวจนบรรเลงเป็นเพลงที่ไพเราะในอีกรูปแบบหนึ่ง และเมื่อพระอาทิตย์เริ่มทำหน้าที่ อากาศเริ่มมีอุณหภูมิสูงขึ้น ทุกคนเริ่มกระจายตัวกลับมายังที่พักอีกครั้งเพื่อเตรียมตามล่ายอดเขาที่เหลืออีก 2 ยอด นั้นคือ ยอดเขาเจดีย์ ที่ห่างจากที่พักไปประมาณ 320 เมตร โดยก่อนถึงตัวยอดเขาระหว่างทางจะพบกับถ้ำมเห-รก ซึ่งมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ด้านใน คุณสามารถเข้าไปสักการะเพื่อเป็นสิริมงคลได้

และเมื่อถึงยอดเขาเจดีย์ จุดสังเกตุที่เห็นได้ชัดคือกองหินก่อเป็นรูปเจดีย์บริเวณจุดชมวิวแห่งนี้ ภายหลังที่ชมวิวบริเวณนี้อย่างจุใจแล้ว ก็ถึงเวลาตามล่าจุดหมายสุดท้ายคือการเข้าเช็คอินที่ยอดเขาภูกา ซึ่งเป็นยอดเขาที่ไกลที่สุด ต้องเดินเท้าราว 1000 เมตร หรือ 1 กิโลเมตรนับระยะทางจากที่พัก ความมหัศจรรย์ของยอดเขานี้คือ เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกดินอีกที่หนึ่งของเขาหลวง และมองเห็นยอดเขาอีกสามยอดของเขาหลวง เรียงแถวตามความใกล้ไกล ที่สำคัญไปกว่านั้นคุณจะเกิดคำถามในใจว่า “นี่เราเดินมาได้ยังไง” ตามมาแน่นอน การเดินทางท่องเที่ยวศึกษาธรรมชาติของเขาหลวง 2 วันบนเขาถือว่าเพียงพอ ในเช้าวันรุ่งขึ้นเมื่อคุณทำภาระกิจเรียบร้อยก็ถึงเวลาผจญภัยอีกครั้ง นั้นคือการเดินลงเขาในเส้นทางเดียวกับที่ขึ้นมา การเดินลง 45 องศา มันไม่ง่ายนะ แต่เมื่อลงมาถึงด้านล่างอุทยานฯแล้ว จะพบกับประโยคในใจคุณที่ว่า “ไวกว่าตอนขึ้นเยอะเลย”

เขาหลวง นอกจากจะเป็นสถานที่ตามล่าความสวยงามของธรรมชาติแล้ว ยังเป็นสถานที่พิชิตใจของตัวเราเองด้วย หากคุณได้เริ่มต้นท่องเที่ยวที่เขาหลวงสักครั้ง คุณอาจหลงรักธรรมชาติไปตลอดกาลก็เป็นได้ ซึ่งการเดินทางมาที่นี่คุณสามารถมาได้ทั้งรถยนต์ส่วนตัว หรือใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะทั้งทางบกและทางอากาศ เลือกได้ตามความชอบส่วนบุคคล ในด้านการบริการของอุทยานฯ อาทิ ที่จอดรถ, บริการลูกหาบกิโลกรัมละ 25 บาท ซึ่งเป็นชาวบ้านระแวกนั้น, และน้ำดื่มระหว่างทาง เป็นต้น เขาหลวงหนึ่งสถานที่ที่สร้างความสะดวกสบายให้กับนักท่องเที่ยว และรอคอยการมาเยือนตลอดทั้งปี (หากไม่เกิดภัยทางธรรมาชาติ)โดยเฉพาะในหน้าฝนและหน้าหนาว เป็นเครื่องการันตีการเชื้อเชิญแขกแก้วให้เข้ามาเยือน แล้วคุณละพร้อมตอบรับคำเชิญที่นี่แล้วหรือยัง หากใจคุณพร้อมเราคงได้เจอกัน ณ เขาหลวง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Related Post

ไม่เก่า แต่ เก๋าอยู่ “บึงกาฬ” แดนพญานาค ถิ่นภูเขาหินไม่เก่า แต่ เก๋าอยู่ “บึงกาฬ” แดนพญานาค ถิ่นภูเขาหิน

การสร้างแผนการเดินทางสักที่หนึ่ง แต่ละคนมีความแตกต่างกัน ส่วนหนึ่งเดินทางตามกระแสสังคม แต่อีกส่วนหนึ่งเลือกเดินทางตามอุดมคติที่ตนเองชอบ ซึ่งเราเป็นหนึ่งในนั้นโดยคีย์ของแผนท่องเที่ยวที่วางไว้คือ ที่ที่มันสุดยอดสำหรับเรา จริง ๆ มันก็ทั้ง 77 จังหวัดนั้นแหล่ะ เพียงแต่วัดกันที่ความเหมาะสมของวันเวลาและอารมณ์ในการเลือกสถานที่ที่จะไปเท่านั้น เราเชื่อว่าสิ่งมหัศจรรย์ในบ้านเกิดเราเองยังมีอีกเยอะ ชั่วชีวิตนี้อาจเที่ยวไม่ครบก็เป็นได้ ในครั้งนี้การเดินทางของเราจะนำทุกคนไปยัง จังหวัดที่แยกตัวเป็นจังหวัดที่ 77 ของประเทศไทยในปี 2554, จังหวัดที่อยู่บนสุดของภาคอีสานระยะทางวัดจากกรุงเทพมหานครประมาณ 765 กิโลเมตร, จังหวัดที่มีสะดือแม่น้ำโขง, จังหวัดที่ผู้คนศรัทธาในพญานาค, และจังหวัดที่มีสัตว์ทะเลอยู่บนบก ที่ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้อยู่ในจังหวัดเดียวกัน จังหวัดบึงกาฬ บึงกาฬเป็นจังหวัดน้องใหม่ ที่มีฝีมือทางการท่องเที่ยวไม่น้อยหน้าจังหวัดอื่น ด้วยพื้นที่เอื้ออำนวย

จุดชมพระอาทิตย์ตกที่ไม่ควรพลาด ตามไปเก็บให้ครบทุกภาคทั่วไทยจุดชมพระอาทิตย์ตกที่ไม่ควรพลาด ตามไปเก็บให้ครบทุกภาคทั่วไทย

ความสวยงามอย่างหนึ่งของโลกก็คือแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ที่ช่วยให้เรามองเห็นทุกอย่างรอบตัว และเมื่อยามที่พระอาทิตย์ตกก็จะเป็นช่วงเวลาคาบเกี่ยวระหว่างความสว่าง สลัว จนมืดไป ซึ่งช่วงจังหวะที่พระอาทิตย์ตกในแต่ละสถานที่ก็สวยงามไม่เหมือนกัน และยังให้ความรู้สึกที่ต่างกันไปในทุกที่ ลองมาดูสถานที่ชมดวงอาทิตย์อัสดงกันให้ทั่วทุกภาคในประเทศไทยว่ามีที่ไหนบ้างที่เหมาะกับการไปนั่งชิลล์ ๆ ชมวิวสบาย ๆ ดอยหลวงเชียงดาว เชียงใหม่ ด้วยความสูงที่เป็นอันดับ 3 ของไทย เมื่อขึ้นไปบนดอยหลวงเชียงดาวแล้วก็ยังมองไปเห็นภูเขาสลับกันไปมาและยังมีดอยสามพี่น้อง และดอยพีรามิดอีก รอบข้างที่ดอยนี้เต็มไปด้วยพืชพรรณ ธรรมชาติ ประกอบกับความสูงของมันยังมีหมอกจาง ๆ รายรอบ ช่วงเวลาที่พระอาทิตย์ตกจึงเปรียบเสมือนได้ชมความสวยงามของแสงอาทิตย์และหมอกลาง ๆ เหมือนกับอยู่บนสวรรค์เลยล่ะ                 แหลมพรหมเทพ ภูเก็ต ถ้าเป็นภาคใต้ ไม่พูดถึงที่นี่ไม่ได้เลย

เมืองมัลลิกา ร.ศ. 124 เสน่ห์ย้อนยุคแห่งวิถีชาวสยามเมืองมัลลิกา ร.ศ. 124 เสน่ห์ย้อนยุคแห่งวิถีชาวสยาม

เป็นไปได้ไหม ถ้าเราจะย้อนเวลากลับไปเมื่อครั้งสมัย ร.ศ. 124 ซึ่งตรงกับรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 คำตอบคือ…เป็นไปได้ และใช้เวลาเพียงแค่ 1 วันเท่านั้น เมืองมัลลิกา ร.ศ. 124 เป็นเมืองโบราณที่จำลองขึ้นมาเพื่อแสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตของชาวไทยบริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาในสมัยรัชกาลที่ 5 ในยุคเลิกทาส ตั้งอยู่ที่ ตำบลสิงห์ อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ภายในเมืองถูกเนรมิตให้เหมือนกับยุค ร.ศ. 124 ไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรม การแต่งกาย อาหาร รวมไปถึงเงินที่ใช้แลกเปลี่ยนซื้อสินค้าภายในเมือง ราวกับนั่งไทม์แมชชีนย้อนยุคไปก็ไม่ปาน สำหรับชื่อเมือง