ล่องเมืองปักษ์ใต้ ตามรอยมโนราห์ ณ พัทลุง

พัทลุงเป็นจังหวัดเล็ก ๆ ในภาคใต้ แต่ก็เป็นอีกสถานที่ที่มีเรื่องราวและแหล่งท่องเที่ยวไม่แพ้ที่อื่นเลย ด้วยคำขวัญที่ว่า “เมืองหนังโนรา อู่นาข้าว พราวน้ำตก แหล่งนกน้ำ ทะเลสาบงาม เขาอกทะลุ น้ำพุร้อน” นี้แสดงให้เห็นถึงว่าจังหวัดนี้มีอะไรให้ไปเยือนมากกว่าที่คุณคิด ลองมาดูกันว่ามาพัทลุงทั้งที จะไปไหนกันดี

โนราโรงครู วัดท่าแค

ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองหนังโนรา ก็ต้องไปเยี่ยมชมศิลปวัฒนธรรมที่สำคัญของพัทลุงกันหน่อย ที่ท่าแคแห่งนี้ถือเป็นจุดกำเนิดของโนรา (หรือเรียกมโนห์รา) ที่แรกเลยล่ะ ซึ่งทุก ๆ ปีก็จะมีคนมาร่วมงานอยู่เสมอ ๆ เนื่องจากงานที่จัดขึ้นจะเป็นพิธีกรรมที่มีมาทุกปี เพื่อเป็นพิธีอัญเชิญบรรพบุรุษและครูโนราเพื่อรับการทำพิธีไหว้ครู จึงเป็นที่มาของชื่อโนราโรงครู หรือโนราลงครูนั่นเอง นอกจากจะได้ชมวัฒนธรรมอันสวยงามของโนราแล้วยังได้รับความบันเทิงจากการแสดงอีกด้วย

น้ำตกไพรวัลย์

ไปพัทลุงทั้งที ก็ต้องไปเที่ยวน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในพัทลุงอย่างน้ำตกไพรวัลย์สิ โดยน้ำตกที่นี่อยู่ในเขตพื้นที่รักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด บรรยากาศร่มรื่นดูชุ่มชื่นและอุดมสมบูรณ์ เหมาะแก่การมาพักผ่อนหลบหนีจากความวุ่นวาย โดยหากต้องการเล่นน้ำที่นี่ก็สามารถเล่นได้ แต่แนะนำให้เล่นน้ำเฉพาะบริเวณชั้นล่างเท่านั้นเพื่อความปลอดภัย และมีเส้นทางธรรมชาติให้เดินชมป่า ชมน้ำตกขนาดใหญ่ตระการตา อาจจะต้องระมัดระวังในเรื่องของการเดินไม่ให้ลื่นบ้าง แต่ก็คุ้มที่จะไปชมธรรมชาติดี ๆ แบบนี้

ตลาดป่าไผ่สร้างสุข

ลองมาเที่ยวเดินชมตลาดแบบสบาย ๆ นั่งปิกนิกกินของอร่อยดูบ้าง โดยตลาดแห่งนี้ตั้งอยู่ท่ามกลางต้นไผ่ล้อมรอบ ให้ความรู้สึกเหมือนเดินตลาดท่ามกลางธรรมชาติ มีทั้งของกินอร่อย ๆ ของใช้ ของพื้นบ้าน สินค้าท้องถิ่น และยังมีพื้นที่สำหรับแสดงกิจกรรมไม่ว่าจะเป็นหนังตะลุง ดนตรีพื้นบ้าน หรือมโนรา รวมถึงมีโซนสำหรับเด็ก ๆ พื้นที่พักผ่อน และพื้นที่สำหรับการเรียนรู้เรื่องสวนไผ่อีกด้วย น่าสนุกมาก ๆ ที่นี่เปิดให้เที่ยวเฉพาะวันเสาร์นะ อย่าพลาดไปผิดวันล่ะ แนะนำว่าต้องไปเลย

นาโปแก

เที่ยวยังไงให้ได้ความรู้และได้อนุรักษ์ด้วย ก็ต้องที่นี่เลย มาถึงทุ่งนาทั้งที่ก็ต้องได้ฝึกดำนา ปักดำนา สีข้าว โดยมีชาวบ้านคอยสาธิตให้ นอกจากจะได้เรียนรู้วิถีการทำนา ไถนา เลี้ยงควายแล้ว ก็ยังมีพื้นที่สำหรับพักผ่อน ซื้อหาสินค้าเกษตร และมีมุมถ่ายรูปสวย ๆ ท่ามกลางทุ่งหญ้าเขียวขจีอีกเพียบ ถ้าใครหาที่เที่ยวธรรมชาติแบบได้ลงมือปฏิบัติจริงที่นี่ก็น่าสนุกและน่าสนใจมาก ๆ เลยล่ะ

นี่เป็นแค่ตัวอย่างเล็กน้อยของสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจในพัทลุง เมืองปักษ์ใต้ที่นี่ยังคงมีสถานที่อีกมากมายที่รอให้คุณได้ไปเที่ยวชม โดยเฉพาะแหล่งธรรมชาติ หากวันหยุดไม่รู้จะไปไหนก็ลองพาครอบครัวไปเที่ยวพัทลุงกัน

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Related Post

เมืองมัลลิกา ร.ศ. 124 เสน่ห์ย้อนยุคแห่งวิถีชาวสยามเมืองมัลลิกา ร.ศ. 124 เสน่ห์ย้อนยุคแห่งวิถีชาวสยาม

เป็นไปได้ไหม ถ้าเราจะย้อนเวลากลับไปเมื่อครั้งสมัย ร.ศ. 124 ซึ่งตรงกับรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 คำตอบคือ…เป็นไปได้ และใช้เวลาเพียงแค่ 1 วันเท่านั้น เมืองมัลลิกา ร.ศ. 124 เป็นเมืองโบราณที่จำลองขึ้นมาเพื่อแสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตของชาวไทยบริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาในสมัยรัชกาลที่ 5 ในยุคเลิกทาส ตั้งอยู่ที่ ตำบลสิงห์ อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ภายในเมืองถูกเนรมิตให้เหมือนกับยุค ร.ศ. 124 ไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรม การแต่งกาย อาหาร รวมไปถึงเงินที่ใช้แลกเปลี่ยนซื้อสินค้าภายในเมือง ราวกับนั่งไทม์แมชชีนย้อนยุคไปก็ไม่ปาน สำหรับชื่อเมือง

เที่ยวสวนตะลุยเก็บผลไม้ไทย อิ่มอร่อย สดจากต้นเที่ยวสวนตะลุยเก็บผลไม้ไทย อิ่มอร่อย สดจากต้น

เมืองไทยเราขึ้นชื่อเรื่องผลไม้ที่อร่อยและหลากหลายไม่แพ้ที่อื่นเลย ยิ่งช่วงฤดูร้อน ผลไม้หลากหลายประเภทไม่ว่าจะเป็นทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง ต่างก็ออกผลให้ไปหากินกันให้ชื่นใจ ยิ่งถ้าได้กินแบบสด ๆ จากสวนยิ่งอร่อย ลองมาดูกันว่ามีสวนผลไม้ที่ไหนบ้างที่เปิดให้เข้าไปชมสวนและยังได้ทานผลไม้อร่อย ๆ แบบไม่อั้นอีกด้วย วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตรรักษ์เขาบายศรี จันทบุรี ที่นี่เป็นสวนของคนในชุมชนที่ร่วมกันเป็นเจ้าของ โดยผลไม้ที่นี่มีทั้งทุเรียนหลากหลายสายพันธุ์ ทั้งหมอนทอง ก้านยาว ชะนี และผลไม้อื่น ๆ อย่างลองกอง ระกำ เงาะ โดยจะเป็นการเปิดให้ชิมและเปิดให้ชมสวน นำทัวร์โดยเจ้าของสวนนั่นเอง นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สำหรับให้นักท่องเที่ยวเรียนรู้วิถีเกษตร ลองเป็นชาวสวนด้วยตัวเอง และยังมีโฮมสเตย์ให้พักอีกด้วย

ไม่เก่า แต่ เก๋าอยู่ “บึงกาฬ” แดนพญานาค ถิ่นภูเขาหินไม่เก่า แต่ เก๋าอยู่ “บึงกาฬ” แดนพญานาค ถิ่นภูเขาหิน

การสร้างแผนการเดินทางสักที่หนึ่ง แต่ละคนมีความแตกต่างกัน ส่วนหนึ่งเดินทางตามกระแสสังคม แต่อีกส่วนหนึ่งเลือกเดินทางตามอุดมคติที่ตนเองชอบ ซึ่งเราเป็นหนึ่งในนั้นโดยคีย์ของแผนท่องเที่ยวที่วางไว้คือ ที่ที่มันสุดยอดสำหรับเรา จริง ๆ มันก็ทั้ง 77 จังหวัดนั้นแหล่ะ เพียงแต่วัดกันที่ความเหมาะสมของวันเวลาและอารมณ์ในการเลือกสถานที่ที่จะไปเท่านั้น เราเชื่อว่าสิ่งมหัศจรรย์ในบ้านเกิดเราเองยังมีอีกเยอะ ชั่วชีวิตนี้อาจเที่ยวไม่ครบก็เป็นได้ ในครั้งนี้การเดินทางของเราจะนำทุกคนไปยัง จังหวัดที่แยกตัวเป็นจังหวัดที่ 77 ของประเทศไทยในปี 2554, จังหวัดที่อยู่บนสุดของภาคอีสานระยะทางวัดจากกรุงเทพมหานครประมาณ 765 กิโลเมตร, จังหวัดที่มีสะดือแม่น้ำโขง, จังหวัดที่ผู้คนศรัทธาในพญานาค, และจังหวัดที่มีสัตว์ทะเลอยู่บนบก ที่ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้อยู่ในจังหวัดเดียวกัน จังหวัดบึงกาฬ บึงกาฬเป็นจังหวัดน้องใหม่ ที่มีฝีมือทางการท่องเที่ยวไม่น้อยหน้าจังหวัดอื่น ด้วยพื้นที่เอื้ออำนวย