มนต์ประวัติศาสตร์ กล่าวขานเมือง “ลพบุรี”

ลพบุรี สถานที่เก่าแก่ที่ครั้งนึงเคยเป็นราชธานีอันรุ่งเรืองในสมัยอยุธยา และพลิกหน้าประวัติศาสตร์หนึ่งของแดนสยาม จึงเป็นเหตุที่ละโว้ถูกเลื่องลือมาถึงรัชสมัยรัชกาลที่ 10 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ แม้จะเหลือเพียงบันทึกตัวอักษรและซากโบราณสถานที่คนลพบุรีทะนุถนอมมาอย่างดีที่สุดก็ตาม เรากำลังจะบอกคุณว่า ประเทศไทยของเรามีขุมทรัพย์อันล้ำค่าที่ไม่ต้องออกไปตามหาไกลเพียง 135 กิโลเมตรจากกรุงเทพมหานคร คุณก็สามารถสัมผัสสิ่งมหัศจรรย์อีกแห่งหนึ่งที่มีชื่อเสียงในระดับโลกได้

ลพบุรี ซึ่งเรียกได้อีกชื่อว่า วังนารายณ์ และได้ถูกขนานนามว่าเป็นเมืองแห่งหนุมาน เมื่อคุณได้เดินเข้าไปในตัวจังหวัด คุณจะพบผู้ลิงน้อยใหญ่ที่แสนซุกซนคอยต้อนรับกันทั่วหน้า และพระปรางค์สามยอด โบราณสถานที่สำคัญของจังหวัด ตั้งอยู่กลางเมืองเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญ คุณสามารถเดินเที่ยวชมตัวพระปรางค์ฯ ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมขอมตามแบบฉบับศิลปะสมัยบายน ได้โดยรอบ แต่เราขอเตือนคุณว่า คุณต้องระวังเจ้าหนุมานน้อยทั้งหลายด้วย ซึ่งคือเสน่ห์ของ พระปรางค์สามยอดแห่งนี้

ใกล้กันนั้นอีกหนึ่งสถานที่ที่สำคัญ ศาลพระกาฬ หรือศาลสูง เป็นที่ประดิษฐานเจ้าพ่อพระกาฬ เทวรูปโบราณสมัยขอมเรืองอำนาจ ซึ่งตั้งอยู่กลางวงเวียนศรีสุนทร ตามตำนานกล่าวว่าที่แห่งนี้เคยเป็นศาสนสถานตามศาสนาพุทธนิกายเถรวาท แต่ต่อมาถูกแปรเปลี่ยนเป็นเทวาลัยของศาสนาฮินดูไวษณพนิกาย จะเห็นได้ทุกสถานที่ข้างต้นว่ามีความเกี่ยวพันกับอาณาจักรขอมโบราณ เราต้องกล่าวว่าในอดีตกาลอาณาจักรขอมโบราณเรืองอำนาจมากในแถบนี้ แต่ต้องมาล่มสลายลงและถูกแทนที่ด้วย อาณาจักรอโยธยาตั้งแต่สมัยราชวงศ์สุโขทัยแห่งกรุงอโยธยาเป็นต้นมา นำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงทางศาสนา และยังนำมาซึ่งการสวามิภักดิ์ของชาติตะวันตกมากยิ่งขึ้น

ลพบุรีแห่งนี้จึงมีโบราณสถานซึ่งเป็นบ้านของขุนนางชั้นผู้ใหญ่ที่เป็นชาวตะวันตก อันได้แก่ บ้านวิชาเยนทร์ หรือพ่อค้าชาวกรีซนามว่าคอนสแตนติน ฟอลคอน สมุหนายกของพระนารายณ์ฯ ซึ่งเป็นชาวต่างชาติคนแรกที่ได้รับราชการของอโยธยาในขณะนั้น บริเวณบ้านโดยรอบของบ้านวิชาเยนทร์ เหลือเพียงซากที่ไร้หลังคาแต่ยังคงเห็นร่องรอยศิลปะที่ผสมผสานของความเป็นไทยและความเป็นตะวันตกที่งดงามอย่างลงตัว

และที่สำคัญที่สุดไม่พูดถึงคงไม่ได้ พระนารายณ์ราชนิเวศน์ โบราณสถานที่เป็นไฮไลท์ของจังหวัดลพบุรี หากใครไม่ได้เข้าไปเยี่ยมชมถือว่ายังมาไม่ถึงจังหวัดนี้ ภายในวังแห่งนี้ นอกจากมีซากวังโบราณอันล้ำค่าแล้ว ยังเป็นพิพิธภัณฑ์เก็บรักษาและจัดแสดงวัตถุโบราณ อาทิ พระพุทธรูป, เครื่องใช้ของพระนารายณ์ฯ, จินดามณีเล่มที่ 2, รูปวาดเหตุการณ์ต่าง ๆ ฯลฯ อีกด้วย

ในด้านสถานท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ ลพบุรีก็มีชื่อเสียงไม่แพ้กัน เช่น วัดเขาวงพระจันทร์ สถานที่ที่ใคร ๆ บอกว่า เป็นบทพิสูจน์ความรักของหนุ่มสาว เพราะต้องเดินขึ้นบันไดทั้งหมด 3,970 ขั้น ซึ่งจะถึงเขาวงพระจันทร์ขั้นที่ 3,790 และถึงยอดเขาเพื่อรับชมความสวยงามของเมืองลพบุรีและสักการะรอยพระพุทธบาทเพื่อเป็นสิริมงคลกับตัวเอง ในขั้นที่ 3,970 แต่บทพิสูจน์นี้จะคุ้มค่ากับสิ่งที่ได้มาหรือไม่นั้น คุณลองพิจารณาดู หรือหากคุณเป็นคนโสด การได้มาวัดความแข็งแกร่งของร่างกายและเพิ่มความสิริมงคลแก่ชีวิตก็น่าเพียงพอแล้ว คุณว่าไหม

การเดินทางมาลพบุรีแห่งนี้ เราอยากแนะนำให้คุณเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว เพราะสถานที่ท่องเที่ยวแต่ละแห่งกระจายตัวอยู่ทั่วเมือง อีกทั้งบรรยากาศที่ได้กล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า ร้อน จะเป็นตัวลดความสุขในการเดินทางเป็นแน่ หากมีลมแอร์เย็น ๆ มาสลับบ้าง การเดินทางของคุณจะสนุกขึ้นเยอะทีเดียว หรือหากใครไม่มีรถยนต์ส่วนตัว หรือ รักแนวอินดี้ เราขอแนะนำให้คุณจองตั๋วรถไฟ ซึ่งจะนำคุณมาถึงศาลพระกาฬ ภายใน 3 ชั่วโมง แต่ขอย้ำว่าคุณควรเตรียมที่บังแดด และของที่ไม่พะรุงพะรังจนเกินไป

ความรุ่งเรืองที่ยังคงพบเห็นได้อยู่เนือง ๆ ของลพบุรีแห่งนี้ เป็นสถานที่อีกแห่งที่คุณควรมาสักครั้งหนึ่ง ไม่ว่าคุณจะเป็นสายเที่ยวสไตล์ธรรมชาติ หรือ สไตล์เสพงานศิลป์ หรือ สไตล์รักสัตว์ หรือ สไตล์เสริมบุญ หรือแม้กระทั่งสไตล์เที่ยวตามละคร (บุพเพสันนิวาส) ที่แห่งนี้จะพาคุณไปผจญภัยกันจนลืมเวลากลับเคหะสถาน เราหวังว่าเมืองลิงแห่งนี้จะได้มีโอกาสบริการคุณและคนของคุณ ลพบุรี ยินดีต้อนรับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Related Post

เที่ยวเหนือไปเมืองลำปาง สัมผัสชีวิตล้านนาแบบไทย ๆเที่ยวเหนือไปเมืองลำปาง สัมผัสชีวิตล้านนาแบบไทย ๆ

ไปแอ่วเหนือทีไร หลาย ๆ คนก็ชอบเที่ยวโดยผ่านเลยตัวเมืองรองอย่างลำปางไปจังหวัดอื่น ๆ กันเสียเป็นส่วนใหญ่ ทั้ง ๆ ที่ลำปางนี้ก็เป็นอีกเมืองหนึ่งที่น่าท่องเที่ยว มีประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตที่น่าสนใจและน่าค้นหาไม่แพ้ที่อื่นเลยล่ะ ไม่ว่าจะเป็นแหล่งธรรมชาติที่สวยงาม หรือสถาปัตยกรรมท้องถิ่นที่ยังคงอยู่จนถึงปัจจุบัน ถ้าไม่รู้จะไปเที่ยวไหนก็ลองแวะที่ลำปางสิ จะรู้ว่ามีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายเลยล่ะที่รอให้ได้ไปสัมผัสกัน วัดปงสนุก ไม่ว่าจะไปเที่ยวที่ไหน สิ่งที่ต้องแวะทุกครั้งในทุกจังหวัดก็ต้องเป็นวัดนั่นเอง โดยวัดปงสนุกที่ลำปางแห่งนี้ถือเป็นวัดเก่าแก่แต่โบราณเลยล่ะเพราะมีมานานถึง 500 กว่าปีเชียวนะ โดยวัดนี้ได้มีรูปแบบการผสมผสานไม่ว่าจะเป็นไทย จีน พม่า รวมกันออกมาเป็นสถาปัตยกรรมและศิลปวัฒนธรรมที่งดงามแบบหาได้ยากในไทย ซึ่งได้รับรางวัล UNESCO ในปี 2008

“กำแพงเพชร” เสน่ห์คลาสสิค ของไลฟ์สไตล์ที่แตกต่าง“กำแพงเพชร” เสน่ห์คลาสสิค ของไลฟ์สไตล์ที่แตกต่าง

เมื่อคุณคิดจะท่องเที่ยวสักที่ใดที่หนึ่ง ในความคิดของคุณก็คงหนีไม่พ้นแหล่งท่องเที่ยวอันยอดฮิตติดท็อปรีวิวของสื่อโซเชียลมีเดีย แต่หากคุณไล่แผนที่ประเทศไทยแล้วนั้น คุณจะพบว่ายังมีแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดเล็ก ๆ อีกมากมาย รอให้คุณเก็บความทรงจำเมื่อคุณได้ไปเยือน อย่างดินแดนเมืองเก่ามรดกโลกที่ชื่อว่า “กำแพงเพชร” กำแพงเพชร เป็นจังหวัดภาคเหนือตอนล่างภาคกลางตอนบนของประเทศไทย ระยะทางจากกรุงเทพมหานคร โดยประมาณ 350 กิโลเมตร หรือใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง บนถนนหมายเลข 1 ที่ถูกตีสี่เส้นช่องจราจรตลอดการเดินทาง กำแพงเพชรเป็นเมืองสงบและยังคงเก็บรักษาอารยธรรมของจังหวัดได้อย่างสมบูรณ์ โดยเฉพาะเสน่ห์ของความหลากหลายทางชาติพันธุ์และการรังสรรค์ความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ  จนได้รับฉายาว่า ดินแดนสุดแสนโรแมนติก แม้ว่ากำแพงเพชรจะต้องใช้เวลาในการเดินทางและยังไม่มีสนามบินของจังหวัด แต่ที่แห่งนี้รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวที่สามารถรองรับไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างของนักท่องเที่ยวได้อยู่หมัด อาทิ การท่องเที่ยวสายอารยธรรม: จังหวัดนี้มีอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร

ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ…แหลมผักเบี้ยกับวิถีธรรมชาติชายเลนท่องเที่ยวเชิงนิเวศ…แหลมผักเบี้ยกับวิถีธรรมชาติชายเลน

จังหวัดเพชรบุรีเป็นจังหวัดทางภาคตะวันตกที่อยู่ไม่ห่างจากกรุงเทพมหานครมากนัก หากเอ่ยถึงจังหวัดเพชรบุรี หลายคนต้องนึกถึง ต้นตาล ตาลโตนด ขนมหม้อแกง แต่นอกจากจะมีขนมอร่อย ๆ แล้ว จังหวัดนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย รวมถึงแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติอย่างแหลมผักเบี้ยด้วย โครงการพระราชดำริแหลมผักเบี้ย เป็นผืนป่าชายเลนที่ได้รับการฟื้นฟูด้านปัญหาขยะและน้ำเสียจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช รัชกาลที่ 9 โดยใช้หลักการธรรมชาติช่วยธรรมชาติ คือ ใช้หญ้าธูปฤาษีช่วยบำบัดน้ำเสีย เพราะหญ้าชนิดนี้จะปล่อยก๊าซออกซิเจนจากรากลงไปในน้ำเสียให้กลายเป็นน้ำดี โดยใช้ระยะเวลาในการบำบัดประมาณ 90 วัน และใช้หลักธรรมชาติบำบัดโดยอาศัยรากของพืชที่ขึ้นในป่าชายเลนปล่อยก๊าซออกซิเจนลงในน้ำเสีย โดยใช้เวลาตามการขึ้นลงของน้ำทะเลในแต่ละวัน ก่อนจะปล่อยน้ำที่ได้รับการบำบัดแล้วลงสู่ลำคลอง และทะเลต่อไป จากพระราชดำริดังกล่าวจึงทำให้ “โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ