ปรากฏการณ์ดอยเหลืองอร่าม ดอกบัวตองบาน หนึ่งปีมีเพียงครั้ง

นักท่องเที่ยวที่หลงใหลเส้นทางธรรมชาติคงไม่มีใครปฏิเสธความงามของดอกบัวตองไปได้ สีเหลืองอร่ามดั่งทองคำบริสุทธิ์ของมันนั้นช่างเชื้อเชิญให้เราอยากยกกล้องขึ้นรัวชัตเตอร์เพื่อเก็บเอาไว้เป็นความทรงจำอันแสนสวยงามเสียจริง และจุดที่ถือว่าเป็นสุดยอดความงามของทุ่งดอกบัวตองคงหนีไม่พ้น ดอยแม่อูคอ แห่งจังหวัดแม่ฮ่องสอน

ดอยแม่อูคอ อยู่ในเขตอำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีพื้นที่กว่า 500 ไร่ บนความสูงประมาณ 1,600 เมตรจากระดับน้ำทะเล อยู่ห่างจากที่ทำการอำเภอขุนยวมประมาณ 25 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นทิวเขาสูงสลับทุ่งบัวตอง ในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน ดอกบัวตองบนทุ่งนี้จะบานสะพรั่งเต็มที่จนเต็มหุบเขา ซึ่งบานเยอะที่สุดในช่วงวันที่ 17-23 พฤศจิกายนของทุกปี ในช่วงนี้เราจะได้ชมความงามสะพรั่งของดอกบัวตองพร้อมทะเลหมอก ระยะเวลาบานจะอยู่เพียงแค่ 38-40 วันเท่านั้น บนทุ่งมีศาลาชมวิวจัดไว้รองรับนักท่องเที่ยวอยู่หลายแห่ง แต่ละแห่งสามารถมองเห็นความงามของดอกบัวตองได้ 360 องศา รวมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เช่น สถานที่กางเต็นท์ ห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ และลานจอดรถไว้บริการ

บนดอยแม่อูคอจะมีจุดชมวิวทุ่งบัวตองอยู่ 2 จุดใหญ่ ๆ คือ บริเวณที่จอดรถ บริเวณนี้เราสามารถเห็นดอกบัวตองอยู่บนเนินเขา เหมาะกับช่วงเวลากลางวัน และจุดที่สองเรียกได้ว่าเป็นจุดมหาชน คือ จากที่จอดรถต้องเดินขึ้นบันไดไปอีก 150 เมตร บนจุดนี้เราสามารถมองเห็นทุ่งบัวตองในแบบมุมสูง มองเห็นเทือกเขาตั้งอยู่เรียงราย และบริเวณใกล้ ๆ ทางเดินออกจากบันไดจะมีเก้าอี้วางไว้เพื่อให้เราขึ้นไปยืนถ่ายรูป ก็จะได้ภาพเหมือนกับว่าตัวเราถูกโอบล้อมไปด้วยสีเหลืองอร่ามของดอกบัวตองเต็มหุบเขา ตรงจุดนี้สายเซลฟี่ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง นอกเหนือจากดอกบัวตองแล้ว ระหว่างที่เดินทางขึ้นดอย เรายังได้เห็นความสวยงามสีชมพูอมม่วง และสีแดงเพลิงของดอกเสี้ยนฝรั่งให้ได้ชมเป็นออเดิร์ฟอีกด้วย

นักท่องเที่ยวที่ต้องการพักค้างแรมที่บริเวณดอยแม่อูคอ สามารถเลือกที่พักได้ 2 แบบ คือ การกางเต็นท์นอนตรงทุ่งดอกบัวตอง และการพักที่สวนดอยแม่อูคอ หรือแถว ๆ ตลาด มีทั้งที่เป็นบ้านและกระโจม แบบกระโจมสามารถพักได้ 2 คน ราคาคืนละ 500 บาท มีห้องน้ำรวม แต่มีห้องน้ำน้ำอุ่นห้องเดียว ส่วนบ้านพักแบบหลัง สามารถพักได้ 4 คน ราคาคืนละ 1,500 บาท มีห้องน้ำเดี่ยว และน้ำอุ่น ด้านในจะมีที่นอน หมอน ผ้าห่ม และมีไฟให้ใช้เฉพาะช่วงเวลา 18.00 – 22.00 น. เท่านั้น ใครที่ชอบความสะดวกสบายอาจเลือกไปพักที่โรงแรมในตัวอำเภอขุนยวมแทนก็ได้ แต่อาจจะอยู่ไกลจากจุดชมวิวไปสักหน่อย เนื่องจากดอยแม่อูคออยู่ห่างจากระดับน้ำทะเลที่ความสูงกว่า 1,400 เมตร จึงมีอากาศเย็นสบายตลอดปี และอากาศบนดอยจะเย็นกว่าตัวเมืองประมาณ 5-6 องศาเซลเซียส ใครที่ขี้หนาวก็อย่าลืมเอาเสื้อกันหนาวติดไม้ติดมือไปด้วยล่ะ นอกจากจะทำให้อุ่นขึ้นแล้ว ยังสามารถเป็นพร็อพถ่ายภาพเก๋ ๆ ได้อีกด้วยนะ อ้อ! ก่อนกลับอย่าลืมเลือกซื้อผักผลไม้พื้นเมืองสด ๆ ราคาถูกกลับไปฝากคนที่บ้านด้วยล่ะ

การเดินทางไปยังดอยแม่อูคอนั้น สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวได้ 2 เส้นทาง คือ จากตัวเมืองแม่ฮ่องสอน ขับรถไปตามทางหลวงหมายเลข 108 หลักกิโลเมตรที่ 201 แล้วเลี้ยวแยกไปยังทางหลวงหมายเลข 1263 ประมาณ 12 กิโลเมตร จากนั้นจะเจอแยก ให้เข้าถนนสายบ้านนางิ้ว-บ้านหัวฮะประมาณ 14 กิโลเมตรก็ถึงที่หมาย เส้นทางที่สอง ขับรถจากอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ตามทางหลวงหมายเลข 1263 แม่แจ่ม-ขุนยวม ถึงแยกทางเข้าบ้านนางิ้ว-บ้านหัวฮะ ระยะทางประมาณ 76 กิโลเมตร แล้วเข้าแยกดอยแม่อูคอไปอีก 14 กิโลเมตร

ใครมีโอกาสได้ไปเที่ยว ก็อย่าลืมเก็บภาพประทับใจมาฝากกันด้วยล่ะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Related Post

นักท่องเที่ยวสายป่า มาทดสอบจิตใจกันที่ “ผาหินกูบ”นักท่องเที่ยวสายป่า มาทดสอบจิตใจกันที่ “ผาหินกูบ”

ประเทศไทยเป็นหนึ่งในหลาย ๆ ประเทศของโลกที่มีธุรกิจการท่องเที่ยวเป็นธุรกิจหลักที่สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำเข้าประเทศ เนื่องด้วยข้อได้เปรียบทางด้านพื้นที่ที่ตั้งอยู่ใกล้กับบริเวณเส้นศูนย์สูตร ทำให้ประเทศไทยมีความหลากหลายและความอุดมสมบูรณ์ในเรื่องของทรัพยากรธรรมชาติ จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเลยว่าทำไมประเทศไทยถึงได้มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามมากมาย ไม่ว่าจะเป็นภูเขาสีเขียว หรือทะเลสีคราม เรียกได้ว่านักท่องเที่ยวท่านใดหากมีโอกาสได้มาเยือนสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติในประเทศไทยจะต้องประทับใจไม่รู้ลืมอย่างแน่นอน และหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่จะพลาดไปเสียไม่ได้ในประเทศไทยนั้น ก็คือการได้เดินเท้าเหยียบย่ำเข้าไปในดินแดนแห่งป่าเขาลำเนาไพร ไปสัมผัสกับธรรมชาติที่สวยงามและน่าอนุรักษ์ไว้ให้คนรุ่นลูกรุ่นหลานได้มีโอกาสมาเห็นกับตา ว่านอกจากแสงสีเสียงของสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองใหญ่โตนั้นแล้ว ยังมีสถานที่เล็ก ๆ ที่เงียบสงบแต่ชวนให้อบอุ่นหัวใจตั้งอยู่ตามพื้นที่ห่างไกลในต่างจังหวัด รอให้เขาเดินทางเข้ามาสัมผัสด้วยตนเองอีกมากมาย “ผาหินกูบ” ชื่อนี้อาจจะไม่เป็นที่คุ้นชินเท่าไหร่สำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่ใช่สายเดินป่า แต่ถ้านักท่องเที่ยวท่านใดที่อยู่ในแวดวงการเดินป่าก็คงจะรู้จักกันดี หรือไม่ก็อาจจะเคยได้ยินผ่านหูกันมาบ้างไม่มากก็น้อย ผาหินกูบตั้งอยู่ในพื้นที่เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว หน่วยพิทักษ์ป่าทุ่งเพล ต.ฉมัน อ.มะขาม จ.จันทบุรี มีความสูงจากระดับทะเลปานกลางประมาณ 960 เมตร และด้วยระยะทางเดินกว่า

จุดชมพระอาทิตย์ตกที่ไม่ควรพลาด ตามไปเก็บให้ครบทุกภาคทั่วไทยจุดชมพระอาทิตย์ตกที่ไม่ควรพลาด ตามไปเก็บให้ครบทุกภาคทั่วไทย

ความสวยงามอย่างหนึ่งของโลกก็คือแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ที่ช่วยให้เรามองเห็นทุกอย่างรอบตัว และเมื่อยามที่พระอาทิตย์ตกก็จะเป็นช่วงเวลาคาบเกี่ยวระหว่างความสว่าง สลัว จนมืดไป ซึ่งช่วงจังหวะที่พระอาทิตย์ตกในแต่ละสถานที่ก็สวยงามไม่เหมือนกัน และยังให้ความรู้สึกที่ต่างกันไปในทุกที่ ลองมาดูสถานที่ชมดวงอาทิตย์อัสดงกันให้ทั่วทุกภาคในประเทศไทยว่ามีที่ไหนบ้างที่เหมาะกับการไปนั่งชิลล์ ๆ ชมวิวสบาย ๆ ดอยหลวงเชียงดาว เชียงใหม่ ด้วยความสูงที่เป็นอันดับ 3 ของไทย เมื่อขึ้นไปบนดอยหลวงเชียงดาวแล้วก็ยังมองไปเห็นภูเขาสลับกันไปมาและยังมีดอยสามพี่น้อง และดอยพีรามิดอีก รอบข้างที่ดอยนี้เต็มไปด้วยพืชพรรณ ธรรมชาติ ประกอบกับความสูงของมันยังมีหมอกจาง ๆ รายรอบ ช่วงเวลาที่พระอาทิตย์ตกจึงเปรียบเสมือนได้ชมความสวยงามของแสงอาทิตย์และหมอกลาง ๆ เหมือนกับอยู่บนสวรรค์เลยล่ะ                 แหลมพรหมเทพ ภูเก็ต ถ้าเป็นภาคใต้ ไม่พูดถึงที่นี่ไม่ได้เลย

เที่ยวกระบี่ต่อที่ตรังให้มันสุดขีดในทริปเดียวเที่ยวกระบี่ต่อที่ตรังให้มันสุดขีดในทริปเดียว

ณ ชายฝั่งทะเลอันดามัน เป็นดินแดนที่ทุกคนอยากจะมาใช้เวลาพักผ่อนไปกับบรรยากาศดี ๆ ท่ามกลางธรรมชาติแห่งท้องทะเลที่แสนน่าอภิรมย์ โดยทั้งจังหวัดกระบี่และตรัง ก็ถือล้วนเป็นจังหวัดที่นักท่องเที่ยวแต่แห่กันมาในขาดสายในแต่ละปี โดยถ้าคุณเองก็เป็นหนึ่งในคนที่อยากจะลองเดินทางไปสองจังหวัดเหล่านี้ แต่ยังไม่รู้ว่าจะไปเที่ยวที่ไหนดีแล้วล่ะก็ เราจะพาไปแนะนำกันว่ามีแหล่งท่องเที่ยวไหนน่าสนใจที่ไหนบ้างที่คุณไม่ควรพลาด สระมรกต เริ่มแรกเราอยากพาทุกคนมารู้จักกับ สระมรกต กันก่อน โดยสถานแห่งนี้คุณจะได้พบกับสระน้ำธรรมชาติที่ใสจนมองทะลุได้ถึงพื้นหินเบื้องล่าง แถมยังมีสีสันของพื้นผิวน้ำที่เปล่งประกายระยิบระยับราวกับบึงมรกต นอกจากนี้ด้วยภูมิประเทศโดยรอบที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติของป่าไม้อันอุดมสมบูรณ์ รับประกันได้เลยว่าคุณจะได้ดื่มด่ำกับความประทับใจจนไม่อยากจะลุกไปไหน หาดไร่เลย์ อดใจที่จะได้ไปสนุกกับการเล่นน้ำทะเลกันไว้ก่อน เพราะเราอยากให้คุณได้ลองนั่งเรือมาทำกิจกรรมปีนหน้าผากันสักครั้งในชีวิต เพราะที่ หาดไร่เลย์ แห่งนี้เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ได้รับความนิยมอย่างมากสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการผจญภัยเป็นชีวิตจิตใจ แต่ถ้าคุณเริ่มเกิดความกังวลว่ามันจะยากเกินไปหรือไม่ ขอให้หยุดความคิดนั้นไว้ก่อนเลย เพราะจริง ๆ แล้วที่นี่ล้วนต้อนรับนักปีนผามือใหม่ให้ลองมาสัมผัสประสบการณ์ใหม่ ๆ