“บ้านน้ำเชี่ยว” อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าประทับใจของจังหวัดตราด

หากเอ่ยถึง “ตราด” จังหวัดที่ตั้งอยู่สุดเขตแดนภาคตะวันออกของไทยแล้วนั้น สถานที่ท่องเที่ยวที่คนทั่วไปนึกถึงก็คงไม่พ้นหาดทรายขาว น้ำทะเลสีใส ตามเกาะมีชื่อน้อยใหญ่ต่าง ๆ แต่อย่างไรก็ตามจังหวัดตราดไม่ได้มีดีแค่สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติอันสวยงามเหล่านั้นเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่รวมเอาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เชิงอนุรักษ์ เชิงวัฒนธรรม ตลอดจนวิถีชีวิตชาวบ้านที่อยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างลงตัวไว้ให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัส ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวนั้นมีชื่อว่า “บ้านน้ำเชี่ยว”

บ้านน้ำเชี่ยวตั้งอยู่ที่ ต.น้ำเชี่ยว อ.แหลมงอบ จ.ตราด การเดินทางมายังสถานที่แห่งนี้สามารถมาได้ทั้งรถประจำทาง และรถตู้ จากสถานีขนส่งหมอชิตหรือเอกมัย โดยมาลงที่สถานีขนส่งจังหวัดตราด จากนั้นต่อรถสายตราด – แหลมงอบ มาลงที่หมู่บ้านได้อย่างสะดวก หรือหากใครขับรถส่วนตัวมาเองก็เพียงแค่ขับออกมาจากตัวเมืองโดยใช้ถนนทางหลวงหมายเลข 3148 ใช้เวลาแค่ 10 นาที ก็ถึงหน้าหมู่บ้านได้อย่างง่ายดาย กระทั่งใครที่สะดวกนั่งเครื่องบินมาลงที่สนามบินจังหวัดก็ทำได้เช่นเดียวกัน

บ้านน้ำเชี่ยวมีพื้นที่ตั้งอยู่ติดกับทะเล มีแนวกำแพงธรรมชาติอย่างป่าชายเลนที่คนในหมู่บ้านช่วยกันอนุรักษ์ไว้ให้มีความอุดมสมบูรณ์ ที่มาของคำว่า “น้ำเชี่ยว” อันเป็นชื่อชุมชนเกิดจากในฤดูน้ำหลากน้ำในคลองขนาดใหญ่ที่ไหลผ่านหมู่บ้านค่อนข้างไหลอย่างเชี่ยวกรากนั่นเอง ชุมชนแห่งนี้ได้ชื่อว่า “ชุมชน 2 ศาสนา 3 วัฒนธรรม” เนื่องด้วยผู้คนในชุมชนมีทั้งที่คนที่นับถือศาสนาพุทธ และศาสนาอิสลาม ตลอดจนบรรพบุรุษของคนในชุมชนนี้มีทั้งเชื้อสายไทย จีน และมุสลิมแขกจาม ส่งผลให้ในชุมชนมีสถานที่ทางศาสนาหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นวัดไทย ศาลเจ้า หรือมัสยิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่นี่มี “มัสยิดอัลกุบรอ” ซึ่งเป็นมัสยิดแห่งแรกของภาคตะวันออกที่เก่าแก่และมีอายุกว่า 200 ปี

การพักค้างคืนที่ชุมชนบ้านน้ำเชี่ยวนั้น ทำได้โดยการพักโฮมสเตย์ แต่ไม่ใช่ว่านักท่องเที่ยวอยากจะมาพักบ้านหลังไหนในชุมชนก็ทำได้เลย เนื่องจากที่นี่เป็นวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยว ที่เกิดจากการรวมกลุ่มคนในชุมชน ทำให้ลักษณะการให้บริการเน้นไปที่การขายวิถีชีวิตชุมชน ทางคณะกรรมการไม่ต้องการให้เกิดการแข่งขันกันเองระหว่างคนในชุมชน ดังนั้นนักท่องเที่ยวท่านใดที่อยากมาพักค้างคืนที่นี่จึงต้องทำการจองผ่านส่วนกลาง เพื่อที่ส่วนกลางจะได้จัดสรรนักท่องเที่ยวไปตามบ้านของชาวบ้านแต่ละคนที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อเป็นการกระจายรายได้อย่างทั่วถึง และเท่าเทียมกัน

กิจกรรมภายในชุมชนบ้านน้ำเชี่ยวแห่งนี้มีมากมายหลากหลาย อาทิ การเดินชมวิถีชีวิตของคนในชุมชน การเดินข้ามสะพานสูง หรือที่เรียกกันว่า “สะพานวัดใจ” และเหตุที่ต้องทำสะพานสูงมาก ๆ ก็เนื่องจากเพื่อให้เรือประมงของชาวบ้านแล่นผ่านไปได้นั่นเอง นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเด็ด ๆ อีกมาก ไม่ว่าจะเป็นการพายเรือคายัค การงมหอยปากเป็ด การช่วยกันปลูกป่าชายเลน การดูการดำเนินชีวิตของเหยี่ยวแดงคอขาวและลิงแสม การเรียนรู้การทำข้าวเกรียบยาหน้าอันเป็นขนมสูตรดั้งเดิมของชาวมุสลิมชาวกัมปงจาม การเรียนรู้การสานงอบจากใบจากอันเป็นหัตถกรรมดั้งเดิมที่สืบทอดกันมาแต่ครั้งบรรพบุรุษ การร่วมชมการแสดงลิเกฮูลูจากเด็ก ๆ ในหมู่บ้าน เป็นต้น

และนอกจากสาระความรู้ความบันเทิงที่จะได้จากการท่องเที่ยวชุมชนบ้านน้ำเชี่ยวแห่งนี้ที่การันตีด้วยรางวัลชนะเลิศการประกวดวิสาหกิจชุมชนดีเด่นจากทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนแล้วนั้น สิ่งที่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวได้ดีไม่แพ้กันนั่นคือรสชาติอาหารของที่นี่ ที่ทั้งสด สะอาด และอร่อย เรียกได้ว่าถ้าใครไม่ระวังน้ำหนักอาจจะขึ้นพรวดพราดได้โดยไม่ทันรู้ตัว

อย่างไรก็ตามมนต์เสน่ห์ของที่นี่ นอกจากสิ่งที่กล่าวมาทั้งหมด สิ่งสำคัญที่ทำให้นักท่องเที่ยวคนแล้วคนเล่าวนกลับมาพักที่นี่อีกครั้งก็เห็นจะหนีไม่พ้นความมีน้ำใจ ความเป็นกันเองของคนในชุมชน เรียกว่าดูแลดุจญาติมิตร สมดังสโลแกนของชาวบ้านในชุมชนบ้านน้ำเชี่ยวแห่งนี้ที่ว่า “ท่านมาเราดีใจ ท่านจากไปเราคิดถึง”

 

Related Post

เที่ยวตามรอยละครไทย ไม่ไปไม่รู้เที่ยวตามรอยละครไทย ไม่ไปไม่รู้

สถานที่ท่องเที่ยวในเมืองไทยบ้านเรานั้นมีมากมายและบางที่ก็ไม่อาจรู้จักได้หากไม่พบเห็นตามในโทรทัศน์ ละครหรือหนังบางเรื่องสมัยนี้ก็มีโลเคชันสวย ๆ จนไม่น่าเชื่อว่าถ่ายในประเทศไทย บางที่ก็เต็มไปด้วยวิถีชีวิตชุมชนชวนให้ไปเที่ยวและน่าไปสัมผัส หากวันนี้ไม่รู้จะไปเที่ยวไหน ลองมาดูกันว่าละครฮิต ๆ ดัง ๆ เขาไปถ่ายทำที่ไหน และมีสถานที่ไหนที่น่าไปตามรอยกันบ้าง เกมร้ายเกมรัก / เกาะห้อง กระบี่ เป็นละครเรื่องแรก ๆ ของญาญ่าและณเดชน์เลยล่ะ ใคร ๆ ก็คงรู้จัก โดยเฉพาะสถานที่ถ่ายทำในเรื่องนั้นสวยงามและเป็นธรรมชาติมาก ๆ ด้วยความที่เป็นทะเล ก็จะเต็มไปด้วยภูเขาและน้ำทะเลสีฟ้าใสจนมองเห็นสิ่งมีชีวิตใต้น้ำ เกาะห้องนั้นถูกเรียกอีกชื่อว่าเกาะเหลาบิเละ หาดทรายที่นี่เป็นสีขาวสะอาดตา ชวนให้นอนอาบแดด และยังมีกิจกรรมพายเรือคายัคและสามารถดำน้ำที่นี่ได้ด้วยนะ

มนต์ประวัติศาสตร์ กล่าวขานเมือง “ลพบุรี”มนต์ประวัติศาสตร์ กล่าวขานเมือง “ลพบุรี”

ลพบุรี สถานที่เก่าแก่ที่ครั้งนึงเคยเป็นราชธานีอันรุ่งเรืองในสมัยอยุธยา และพลิกหน้าประวัติศาสตร์หนึ่งของแดนสยาม จึงเป็นเหตุที่ละโว้ถูกเลื่องลือมาถึงรัชสมัยรัชกาลที่ 10 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ แม้จะเหลือเพียงบันทึกตัวอักษรและซากโบราณสถานที่คนลพบุรีทะนุถนอมมาอย่างดีที่สุดก็ตาม เรากำลังจะบอกคุณว่า ประเทศไทยของเรามีขุมทรัพย์อันล้ำค่าที่ไม่ต้องออกไปตามหาไกลเพียง 135 กิโลเมตรจากกรุงเทพมหานคร คุณก็สามารถสัมผัสสิ่งมหัศจรรย์อีกแห่งหนึ่งที่มีชื่อเสียงในระดับโลกได้ ลพบุรี ซึ่งเรียกได้อีกชื่อว่า วังนารายณ์ และได้ถูกขนานนามว่าเป็นเมืองแห่งหนุมาน เมื่อคุณได้เดินเข้าไปในตัวจังหวัด คุณจะพบผู้ลิงน้อยใหญ่ที่แสนซุกซนคอยต้อนรับกันทั่วหน้า และพระปรางค์สามยอด โบราณสถานที่สำคัญของจังหวัด ตั้งอยู่กลางเมืองเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญ คุณสามารถเดินเที่ยวชมตัวพระปรางค์ฯ ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมขอมตามแบบฉบับศิลปะสมัยบายน ได้โดยรอบ แต่เราขอเตือนคุณว่า คุณต้องระวังเจ้าหนุมานน้อยทั้งหลายด้วย ซึ่งคือเสน่ห์ของ พระปรางค์สามยอดแห่งนี้ ใกล้กันนั้นอีกหนึ่งสถานที่ที่สำคัญ ศาลพระกาฬ

“กำแพงเพชร” เสน่ห์คลาสสิค ของไลฟ์สไตล์ที่แตกต่าง“กำแพงเพชร” เสน่ห์คลาสสิค ของไลฟ์สไตล์ที่แตกต่าง

เมื่อคุณคิดจะท่องเที่ยวสักที่ใดที่หนึ่ง ในความคิดของคุณก็คงหนีไม่พ้นแหล่งท่องเที่ยวอันยอดฮิตติดท็อปรีวิวของสื่อโซเชียลมีเดีย แต่หากคุณไล่แผนที่ประเทศไทยแล้วนั้น คุณจะพบว่ายังมีแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดเล็ก ๆ อีกมากมาย รอให้คุณเก็บความทรงจำเมื่อคุณได้ไปเยือน อย่างดินแดนเมืองเก่ามรดกโลกที่ชื่อว่า “กำแพงเพชร” กำแพงเพชร เป็นจังหวัดภาคเหนือตอนล่างภาคกลางตอนบนของประเทศไทย ระยะทางจากกรุงเทพมหานคร โดยประมาณ 350 กิโลเมตร หรือใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง บนถนนหมายเลข 1 ที่ถูกตีสี่เส้นช่องจราจรตลอดการเดินทาง กำแพงเพชรเป็นเมืองสงบและยังคงเก็บรักษาอารยธรรมของจังหวัดได้อย่างสมบูรณ์ โดยเฉพาะเสน่ห์ของความหลากหลายทางชาติพันธุ์และการรังสรรค์ความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ  จนได้รับฉายาว่า ดินแดนสุดแสนโรแมนติก แม้ว่ากำแพงเพชรจะต้องใช้เวลาในการเดินทางและยังไม่มีสนามบินของจังหวัด แต่ที่แห่งนี้รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวที่สามารถรองรับไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างของนักท่องเที่ยวได้อยู่หมัด อาทิ การท่องเที่ยวสายอารยธรรม: จังหวัดนี้มีอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร