ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ…แหลมผักเบี้ยกับวิถีธรรมชาติชายเลน

จังหวัดเพชรบุรีเป็นจังหวัดทางภาคตะวันตกที่อยู่ไม่ห่างจากกรุงเทพมหานครมากนัก หากเอ่ยถึงจังหวัดเพชรบุรี หลายคนต้องนึกถึง ต้นตาล ตาลโตนด ขนมหม้อแกง แต่นอกจากจะมีขนมอร่อย ๆ แล้ว จังหวัดนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย รวมถึงแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติอย่างแหลมผักเบี้ยด้วย

โครงการพระราชดำริแหลมผักเบี้ย เป็นผืนป่าชายเลนที่ได้รับการฟื้นฟูด้านปัญหาขยะและน้ำเสียจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช รัชกาลที่ 9 โดยใช้หลักการธรรมชาติช่วยธรรมชาติ คือ ใช้หญ้าธูปฤาษีช่วยบำบัดน้ำเสีย เพราะหญ้าชนิดนี้จะปล่อยก๊าซออกซิเจนจากรากลงไปในน้ำเสียให้กลายเป็นน้ำดี โดยใช้ระยะเวลาในการบำบัดประมาณ 90 วัน และใช้หลักธรรมชาติบำบัดโดยอาศัยรากของพืชที่ขึ้นในป่าชายเลนปล่อยก๊าซออกซิเจนลงในน้ำเสีย โดยใช้เวลาตามการขึ้นลงของน้ำทะเลในแต่ละวัน ก่อนจะปล่อยน้ำที่ได้รับการบำบัดแล้วลงสู่ลำคลอง และทะเลต่อไป จากพระราชดำริดังกล่าวจึงทำให้ “โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ” ตำบลแหลมผักเบี้ย อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี ถือกำเนิดขึ้น

จากทางเข้าด้านหน้าของโครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เราสามารถปั่นจักรยานแวะชมวิวทิวทัศน์ หรือแวะถ่ายรูปตามจุดต่าง ๆ ได้ตามอัธยาศัย สนนราคาค่าเช่าจักรยานก็ไม่แพง คันละ 20 บาท/3 ชั่วโมง เท่านั้นเอง แต่ถ้าใครกลัวเมื่อย ทางโครงการก็มีรถนำเที่ยวพาเราเที่ยวชมตามจุดต่าง ๆ และหยุดส่งเราที่ปากทางเข้าป่าชายเลน ซึ่งภายในมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติระบบนิเวศป่าชายเลนระยะทางประมาณ 850 เมตร ตลอดสองข้างทางเต็มไปด้วยต้นโกงกาง และแสมที่กิ่งก้านปกคลุมจนเป็นหลังคากันแดด ส่วนพื้นที่ด้านล่างก็อุดมไปด้วยสัตว์ที่อาศัยอยู่ตามป่าชายเลนหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นปลาตีนตัวโต ปูแสม ปูก้ามดาบ กุ้งดีดขัน และสัตว์น้ำต่าง ๆ อีกมากมาย แถมที่นี่ยังได้รับการขนานนามว่าเป็นสวรรค์ของนักดูนกในช่วงฤดูหนาว และติดอันดับ 1 ใน 10 สถานที่ดูนกที่ดีที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย เนื่องจากจะมีนกอพยพย้ายถิ่นมาอาศัยอยู่ที่นี่กว่า 200 ชนิดนั่นเอง

จุดไฮไลท์ของเส้นทางนี้คือสะพานไม้ยาวตรงสุดทางเดินที่ทอดยาวไปยังท้องทะเลสีครามกว้างใหญ่ ที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องรัวชัตเตอร์เก็บภาพเอาไว้กันอย่างไม่อั้น ในช่วงที่น้ำลดชาวบ้านจะพากันมาเก็บหอย อย่างพวกหอยแครง หอยตลับเอาไปขาย ว่ากันว่าสามารถเก็บหอยตลับได้ถึงวันละ 3 ตันเลยทีเดียว นอกจากนี้ที่นี่ยังมีร้านขายของที่ระลึกให้เราเลือกซื้อสินค้าฝีมือกลุ่มแม่บ้าน อย่างงานจักสานจากธูปฤาษี เสื้อยืด ผัก ผลไม้ท้องถิ่น และสินค้าอื่น ๆ อีกมากมาย

โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตั้งอยู่บริเวณเส้นทางเลียบชายทะเลจากอำเภอบ้านแหลมไปยังหาดเจ้าสำราญ โดยทางเข้าโครงการจะอยู่ติดกับวัดสมุทรโคดม สามารถเยี่ยมชมโครงการได้ฟรีทุกวันตั้งแต่เวลา 8.30 น. – 17.30 น.

ใครที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศ หรือชื่นชอบการท่องเที่ยวแบบธรรมชาติไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Related Post

ปรากฏการณ์ดอยเหลืองอร่าม ดอกบัวตองบาน หนึ่งปีมีเพียงครั้งปรากฏการณ์ดอยเหลืองอร่าม ดอกบัวตองบาน หนึ่งปีมีเพียงครั้ง

นักท่องเที่ยวที่หลงใหลเส้นทางธรรมชาติคงไม่มีใครปฏิเสธความงามของดอกบัวตองไปได้ สีเหลืองอร่ามดั่งทองคำบริสุทธิ์ของมันนั้นช่างเชื้อเชิญให้เราอยากยกกล้องขึ้นรัวชัตเตอร์เพื่อเก็บเอาไว้เป็นความทรงจำอันแสนสวยงามเสียจริง และจุดที่ถือว่าเป็นสุดยอดความงามของทุ่งดอกบัวตองคงหนีไม่พ้น ดอยแม่อูคอ แห่งจังหวัดแม่ฮ่องสอน ดอยแม่อูคอ อยู่ในเขตอำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีพื้นที่กว่า 500 ไร่ บนความสูงประมาณ 1,600 เมตรจากระดับน้ำทะเล อยู่ห่างจากที่ทำการอำเภอขุนยวมประมาณ 25 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นทิวเขาสูงสลับทุ่งบัวตอง ในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน ดอกบัวตองบนทุ่งนี้จะบานสะพรั่งเต็มที่จนเต็มหุบเขา ซึ่งบานเยอะที่สุดในช่วงวันที่ 17-23 พฤศจิกายนของทุกปี ในช่วงนี้เราจะได้ชมความงามสะพรั่งของดอกบัวตองพร้อมทะเลหมอก ระยะเวลาบานจะอยู่เพียงแค่ 38-40 วันเท่านั้น บนทุ่งมีศาลาชมวิวจัดไว้รองรับนักท่องเที่ยวอยู่หลายแห่ง แต่ละแห่งสามารถมองเห็นความงามของดอกบัวตองได้ 360

เที่ยวกระบี่ต่อที่ตรังให้มันสุดขีดในทริปเดียวเที่ยวกระบี่ต่อที่ตรังให้มันสุดขีดในทริปเดียว

ณ ชายฝั่งทะเลอันดามัน เป็นดินแดนที่ทุกคนอยากจะมาใช้เวลาพักผ่อนไปกับบรรยากาศดี ๆ ท่ามกลางธรรมชาติแห่งท้องทะเลที่แสนน่าอภิรมย์ โดยทั้งจังหวัดกระบี่และตรัง ก็ถือล้วนเป็นจังหวัดที่นักท่องเที่ยวแต่แห่กันมาในขาดสายในแต่ละปี โดยถ้าคุณเองก็เป็นหนึ่งในคนที่อยากจะลองเดินทางไปสองจังหวัดเหล่านี้ แต่ยังไม่รู้ว่าจะไปเที่ยวที่ไหนดีแล้วล่ะก็ เราจะพาไปแนะนำกันว่ามีแหล่งท่องเที่ยวไหนน่าสนใจที่ไหนบ้างที่คุณไม่ควรพลาด สระมรกต เริ่มแรกเราอยากพาทุกคนมารู้จักกับ สระมรกต กันก่อน โดยสถานแห่งนี้คุณจะได้พบกับสระน้ำธรรมชาติที่ใสจนมองทะลุได้ถึงพื้นหินเบื้องล่าง แถมยังมีสีสันของพื้นผิวน้ำที่เปล่งประกายระยิบระยับราวกับบึงมรกต นอกจากนี้ด้วยภูมิประเทศโดยรอบที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติของป่าไม้อันอุดมสมบูรณ์ รับประกันได้เลยว่าคุณจะได้ดื่มด่ำกับความประทับใจจนไม่อยากจะลุกไปไหน หาดไร่เลย์ อดใจที่จะได้ไปสนุกกับการเล่นน้ำทะเลกันไว้ก่อน เพราะเราอยากให้คุณได้ลองนั่งเรือมาทำกิจกรรมปีนหน้าผากันสักครั้งในชีวิต เพราะที่ หาดไร่เลย์ แห่งนี้เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ได้รับความนิยมอย่างมากสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการผจญภัยเป็นชีวิตจิตใจ แต่ถ้าคุณเริ่มเกิดความกังวลว่ามันจะยากเกินไปหรือไม่ ขอให้หยุดความคิดนั้นไว้ก่อนเลย เพราะจริง ๆ แล้วที่นี่ล้วนต้อนรับนักปีนผามือใหม่ให้ลองมาสัมผัสประสบการณ์ใหม่ ๆ

ความศิวิไล ปะทะ โบราณกาล จุดสมดุลที่ลงตัวของ บุรีรัมย์ความศิวิไล ปะทะ โบราณกาล จุดสมดุลที่ลงตัวของ บุรีรัมย์

ในวันที่คุณรู้สึกอยากพักผ่อนและอยากไปไหนสักที่หนึ่ง ที่ที่ไม่ต้องมีแบบแผนใดใด ที่ที่ไม่ต้องสมบุกสมบัน ใช้เพียงเสื้อผ้าสัก 2-3 ชุด กับครีมบำรุงประจำตัว และกล้องมือถือสักเครื่อง เราแนะนำให้คุณเก็บกระเป๋าแล้วมุ่งหน้าสู่ บุรีรัมย์ เมืองแห่งความสมดุลของอารยธรรม บุรีรัมย์จังหวัดเล็ก ๆ ในดินแดนอีสานใต้ของไทย ตั้งอยู่ในเขตภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว มีประเพณีและอารยธรรมอันล้ำค่าของคนเชื้อสายไทย ลาว และเขมร ผลักดันให้ที่นี่กลายเป็นจุดเช็คอินที่สำคัญแห่งหนึ่ง ด้วยอัตลักษณ์ความเรียบง่ายและความศิวิไล ผสมผสานให้บุรีรัมย์สามารถทำหน้าที่ปรนนิบัติคนเมืองที่หลีกหนีความวุ่นวายได้ในระดับโปรเฟสชั่นแนล ปัจจุบันบุรีรัมย์จัดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเมืองรอง ที่กำลังได้รับความนิยม ส่วนหนึ่งเป็นเพราะได้รับการคัดเลือกให้ร่วมเป็นผู้จัดการแข่งขันรถมอเตอร์ไซค์ระดับโลก ณ สนามแข่งรถอันเลื่องชื่อของจังหวัดตั้งแต่ปี 2018 ทำให้ที่นี่เป็นที่คุ้นหูของคนทั่วโลก นอกจากนี้ยังมีสโมสรฟุตบอลชื่อดัง ที่เราสามารถเห็นคนใส่เสื้อทีมเดินปะปนไปทั่วจนชินตา