“กำแพงเพชร” เสน่ห์คลาสสิค ของไลฟ์สไตล์ที่แตกต่าง

เมื่อคุณคิดจะท่องเที่ยวสักที่ใดที่หนึ่ง ในความคิดของคุณก็คงหนีไม่พ้นแหล่งท่องเที่ยวอันยอดฮิตติดท็อปรีวิวของสื่อโซเชียลมีเดีย แต่หากคุณไล่แผนที่ประเทศไทยแล้วนั้น คุณจะพบว่ายังมีแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดเล็ก ๆ อีกมากมาย รอให้คุณเก็บความทรงจำเมื่อคุณได้ไปเยือน อย่างดินแดนเมืองเก่ามรดกโลกที่ชื่อว่า “กำแพงเพชร

กำแพงเพชร เป็นจังหวัดภาคเหนือตอนล่างภาคกลางตอนบนของประเทศไทย ระยะทางจากกรุงเทพมหานคร โดยประมาณ 350 กิโลเมตร หรือใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง บนถนนหมายเลข 1 ที่ถูกตีสี่เส้นช่องจราจรตลอดการเดินทาง กำแพงเพชรเป็นเมืองสงบและยังคงเก็บรักษาอารยธรรมของจังหวัดได้อย่างสมบูรณ์ โดยเฉพาะเสน่ห์ของความหลากหลายทางชาติพันธุ์และการรังสรรค์ความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ  จนได้รับฉายาว่า ดินแดนสุดแสนโรแมนติก

แม้ว่ากำแพงเพชรจะต้องใช้เวลาในการเดินทางและยังไม่มีสนามบินของจังหวัด แต่ที่แห่งนี้รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวที่สามารถรองรับไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างของนักท่องเที่ยวได้อยู่หมัด อาทิ การท่องเที่ยวสายอารยธรรม: จังหวัดนี้มีอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร ซึ่งเป็นแหล่งโบราณสถานที่ถือว่ายังคงความสมบูรณ์ไว้มากที่สุด ได้รับการการันตีจากการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกขององค์กรยูเนสโก

การท่องเที่ยวสายธรรมชาติ: กำแพงเพชรมีอุทยานทางธรรมชาติหลายแห่ง อาทิ อุทยานแห่งชาติคลองลาน, อุทยานแห่งชาติคลองน้ำไหล, อุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปเล่นน้ำตก พักผ่อนหย่อนใจ หรือนอนเต้นท์ฟังเสียงน้ำตกได้ทั้งปี โดยเฉพาะในฤดูฝน และอีกหนึ่งไฮไลท์ทางธรรมชาติของจังหวัดนี้ คือ ช่องเย็น ภายใต้เขตการดูแลของอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ สถานที่ที่นักท่องเที่ยวอยากมาสัมผัสสักครั้งในชีวิต เพราะธรรมชาติได้เนรมิตให้ที่นี่มีหมอกกระทบใบหน้าตลอดทั้งปี และยังมีทิวเขาสลับไปมาอันเขียวชอุ่มมองแล้วสบายใจ ในเขตพื้นที่เดียวกัน ยังมีกิจกรรมศึกษาเส้นทางทางธรรมชาติ พิชิตยอดเขาโมโกจู ที่ต้องใช้เวลาในการเดินเท้าเข้าป่า 4 วันเต็ม โดยกิจกรรมนี้จะจัดขึ้นในช่วงปลายฝนต้นหนาวของทุกปี

การท่องเที่ยวสายธรรมะ: กำแพงเพชรมีชื่อเสียงในเรื่องของพระกรุแตก ซึ่งเซียนพระทุกคนรู้ดีว่า พระเก่าจากที่นี่เป็นของล้ำค่า ทำให้กำแพงเพชรมีวัดที่ได้รับแรงศรัทธาจากทั่วทิศ อาทิ วัดบาง ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อเพชร พระพุทธรูปเนื้อสำเริดในยุคเชียงแสนที่สมบูรณ์ที่สุดในปัจจุบัน, วัดสว่างอารมณ์ ที่ประดิษฐานหลวงพ่ออุโมงค์ พระพุทธรูปที่ผสมผสานระหว่างศิลปะไทย-พม่า ได้อย่างงดงาม, วัดบรมธาตุนครชุม อารยธรรมชนชาติมอญที่อาศัยอยู่อีกฝากหนึ่งของแม่น้ำปิงในเขตจังหวัดกำแพงเพชร ที่ยังคงความวิจิตรได้อย่างงดงาม ฯลฯ

ในด้านอาหารการกิน กำแพงเพชรมีร้านเก่าแก่และอร่อยเป็นเอกลักษณ์ในทุกอำเภอ แถมยังมี ถนนคนเดิน ตนกำแพง ที่รวมอาหารแนวสตรีทฟู้ดริมน้ำปิงให้เดินเล่นกันอย่างสบายใจ และตลาดย้อนยุคนครชุม ศูนย์รวมอาหารโบราณหาทานยาก ผสมผสานกับวิถีชิวิตพื้นถิ่นของคนไทยเชื้อสายมอญ

ความแตกต่างอย่างลงตัวทั้งวัฒนธรรมและแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ทั้งโบราณสถาน ธรรมชาติ วัฒนธรรม หรือแม้แต่อาหารคาว-หวาน ของจังหวัดกำแพงเพชร ล้วนเป็นกลิ่นอายที่หอมหวานรอนักท่องเที่ยวเข้ามาสัมผัส หากคุณพร้อมเปิดโลกใหม่ ขอให้จังหวัดกำแพงเพชรเป็นตัวเลือกหนึ่งในแผนการท่องเที่ยวของคุณ เพียงแค่คุณเปิดเพลงในสไตล์ที่คุณชื่นชอบ หรือ หาคนที่ถูกคอร่วมเดินทาง ระยะทาง 350 กิโลเมตร ในภวังค์ความคิดและจิตใจของคุณจะบอกว่า มันไม่ไกลเลย

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Related Post

ปรากฏการณ์ดอยเหลืองอร่าม ดอกบัวตองบาน หนึ่งปีมีเพียงครั้งปรากฏการณ์ดอยเหลืองอร่าม ดอกบัวตองบาน หนึ่งปีมีเพียงครั้ง

นักท่องเที่ยวที่หลงใหลเส้นทางธรรมชาติคงไม่มีใครปฏิเสธความงามของดอกบัวตองไปได้ สีเหลืองอร่ามดั่งทองคำบริสุทธิ์ของมันนั้นช่างเชื้อเชิญให้เราอยากยกกล้องขึ้นรัวชัตเตอร์เพื่อเก็บเอาไว้เป็นความทรงจำอันแสนสวยงามเสียจริง และจุดที่ถือว่าเป็นสุดยอดความงามของทุ่งดอกบัวตองคงหนีไม่พ้น ดอยแม่อูคอ แห่งจังหวัดแม่ฮ่องสอน ดอยแม่อูคอ อยู่ในเขตอำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีพื้นที่กว่า 500 ไร่ บนความสูงประมาณ 1,600 เมตรจากระดับน้ำทะเล อยู่ห่างจากที่ทำการอำเภอขุนยวมประมาณ 25 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นทิวเขาสูงสลับทุ่งบัวตอง ในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน ดอกบัวตองบนทุ่งนี้จะบานสะพรั่งเต็มที่จนเต็มหุบเขา ซึ่งบานเยอะที่สุดในช่วงวันที่ 17-23 พฤศจิกายนของทุกปี ในช่วงนี้เราจะได้ชมความงามสะพรั่งของดอกบัวตองพร้อมทะเลหมอก ระยะเวลาบานจะอยู่เพียงแค่ 38-40 วันเท่านั้น บนทุ่งมีศาลาชมวิวจัดไว้รองรับนักท่องเที่ยวอยู่หลายแห่ง แต่ละแห่งสามารถมองเห็นความงามของดอกบัวตองได้ 360

นักท่องเที่ยวสายป่า มาทดสอบจิตใจกันที่ “ผาหินกูบ”นักท่องเที่ยวสายป่า มาทดสอบจิตใจกันที่ “ผาหินกูบ”

ประเทศไทยเป็นหนึ่งในหลาย ๆ ประเทศของโลกที่มีธุรกิจการท่องเที่ยวเป็นธุรกิจหลักที่สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำเข้าประเทศ เนื่องด้วยข้อได้เปรียบทางด้านพื้นที่ที่ตั้งอยู่ใกล้กับบริเวณเส้นศูนย์สูตร ทำให้ประเทศไทยมีความหลากหลายและความอุดมสมบูรณ์ในเรื่องของทรัพยากรธรรมชาติ จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเลยว่าทำไมประเทศไทยถึงได้มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามมากมาย ไม่ว่าจะเป็นภูเขาสีเขียว หรือทะเลสีคราม เรียกได้ว่านักท่องเที่ยวท่านใดหากมีโอกาสได้มาเยือนสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติในประเทศไทยจะต้องประทับใจไม่รู้ลืมอย่างแน่นอน และหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่จะพลาดไปเสียไม่ได้ในประเทศไทยนั้น ก็คือการได้เดินเท้าเหยียบย่ำเข้าไปในดินแดนแห่งป่าเขาลำเนาไพร ไปสัมผัสกับธรรมชาติที่สวยงามและน่าอนุรักษ์ไว้ให้คนรุ่นลูกรุ่นหลานได้มีโอกาสมาเห็นกับตา ว่านอกจากแสงสีเสียงของสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองใหญ่โตนั้นแล้ว ยังมีสถานที่เล็ก ๆ ที่เงียบสงบแต่ชวนให้อบอุ่นหัวใจตั้งอยู่ตามพื้นที่ห่างไกลในต่างจังหวัด รอให้เขาเดินทางเข้ามาสัมผัสด้วยตนเองอีกมากมาย “ผาหินกูบ” ชื่อนี้อาจจะไม่เป็นที่คุ้นชินเท่าไหร่สำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่ใช่สายเดินป่า แต่ถ้านักท่องเที่ยวท่านใดที่อยู่ในแวดวงการเดินป่าก็คงจะรู้จักกันดี หรือไม่ก็อาจจะเคยได้ยินผ่านหูกันมาบ้างไม่มากก็น้อย ผาหินกูบตั้งอยู่ในพื้นที่เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว หน่วยพิทักษ์ป่าทุ่งเพล ต.ฉมัน อ.มะขาม จ.จันทบุรี มีความสูงจากระดับทะเลปานกลางประมาณ 960 เมตร และด้วยระยะทางเดินกว่า

ดำน้ำ ชมโลกใต้บาดาล 4 สถานที่ที่ต้องไปให้ครบดำน้ำ ชมโลกใต้บาดาล 4 สถานที่ที่ต้องไปให้ครบ

โลกใต้น้ำเป็นอีกพื้นที่ที่น่าไปสัมผัส ได้แหวกว่ายอยู่ในน้ำอย่างอิสระ ชมสัตว์น้ำธรรมชาติและพืชพันธุ์ คงเป็นสิ่งที่หลายคนใฝ่ฝัน การดำน้ำใต้ท้องทะเลนั้นไม่ใช่เรื่องยาก จริง ๆ แล้วคนที่ว่ายน้ำไม่เป็นก็สามารถดำน้ำได้นะ ใครไม่เคยลองก็แนะนำว่าต้องมาลองสักครั้ง เพราะใต้ท้องทะเลสวยงามกว่าที่เห็นในทีวีจริง ๆ ลองมาดูกันว่าในไทยมีที่ไหนบ้างที่เหมาะกับการไปเปิดโลกใต้น้ำ เกาะหินซ้อน สตูล ด้วยเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครนั้นทำให้เกาะหินซ้อนมีความโดดเด่นจากการที่มีหินก้อนใหญ่วางซ้อนทับกันได้โดยไม่หล่นลงมาอยู่กลางแนวโขดหิน จึงได้ชื่อมาว่าเกาะหินซ้อนนั่นเอง เกาะแห่งนี้อยู่ในอุทยานแห่งชาติตะรุเตา ซึ่งบริเวณรอบ ๆ เกาะนี้จะเป็นจุดชมวิว ชมพระอาทิตย์ตกและยังเป็นพื้นที่สำหรับดำน้ำได้ด้วย ซึ่งใต้ทะเลอันดามันแห่งนี้นั้นเต็มไปด้วยปะการัง ดอกไม้ทะเล และปลาการ์ตูนมากมายสวยงามรอให้เราได้เข้าไปสัมผัสด้วยตาตัวเอง อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน หากตั้งใจอยากดำน้ำชมปะการังแบบจริงจังเลยล่ะก็ต้องมาหมู่เกาะสิมิลันเลย เพราะที่นี่มีปะการังที่ค่อนข้างหลากหลายชนิดมากกว่าที่อื่น และมีปะการังที่หมู่เกาะอื่นนั้นไม่มีด้วยนะ นอกจากนี้แล้วยังมีสิ่งมีชีวิตอีกหลายชนิดไม่ว่าจะเป็นดอกไม้ทะเล หอยมือเสือ